พายุนารากระทบไทย ฝนหนักถึง 29 ส.ค. เร่งฟื้นฟูน่าน-เฝ้าระวังเจ้าพระยา

Share on Line Share on Facebook Share on X
พายุนารากระทบไทย ฝนหนักถึง 29 ส.ค. เร่งฟื้นฟูน่าน-เฝ้าระวังเจ้าพระยา

ประเทศไทยยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดตลอดสัปดาห์นี้ หลังอิทธิพลของพายุโซนร้อน “นารา” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งบริหารจัดการน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย และเตือนประชาชนติดตามประกาศสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

พายุนารามุ่งขึ้นฝั่งจีน ไทยรับอิทธิพลฝนเพิ่ม

สถานการณ์พายุโซนร้อน “นารา” ล่าสุด มีศูนย์กลางบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของเขตกว่างซี ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2569 ก่อนอ่อนกำลังลงหลังขึ้นฝั่ง

แม้พายุไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุมีส่วนทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24-26 สิงหาคม ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก

จากนั้นช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม พื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น

ทะเลคลื่นสูง เตือนเรือเล็กติดตามสภาพอากาศ

ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นค่อนข้างแรง ความสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

สถานการณ์คลื่นลมแรงส่งผลต่อกิจกรรมทางทะเล โดยเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ศูนย์วิทยุฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเลเมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุเรือใบประเภทคาตามารันพลิกคว่ำ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 200 เมตร บริเวณชายหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยานำเรือกู้ภัย 2 ลำ ฝ่าสายฝนและคลื่นลมเข้าช่วยนักกีฬาชาวต่างชาติที่ลอยตัวเกาะเรืออยู่กลางทะเล ก่อนนำตัวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถกู้เรือกลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ ความเสียหายของเรืออยู่ในระดับเล็กน้อย

นายพีรพงษ์ รัตนเลี่ยม เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุเรือพลิกคว่ำครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมขอให้ผู้ประกอบการและนักกีฬาทางน้ำตรวจสอบสภาพอากาศ รวมทั้งปฏิบัติตามคำเตือนของกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัด

สรุปข่าว

อิทธิพลพายุโซนร้อนนารา ร่องมรสุม และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้ไทยยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ต่อเนื่องถึง 29 สิงหาคม 2569 ภาครัฐเร่งฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมน่าน ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำรับมวลน้ำเหนือ พร้อมเตือนพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำหลากและคลื่นลมแรง

ประเทศไทยยังต้องติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดตลอดสัปดาห์นี้ หลังอิทธิพลของพายุโซนร้อน “นารา” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งบริหารจัดการน้ำ ฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย และเตือนประชาชนติดตามประกาศสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง

พายุนารามุ่งขึ้นฝั่งจีน ไทยรับอิทธิพลฝนเพิ่ม

สถานการณ์พายุโซนร้อน “นารา” ล่าสุด มีศูนย์กลางบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของเขตกว่างซี ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2569 ก่อนอ่อนกำลังลงหลังขึ้นฝั่ง

แม้พายุไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของพายุมีส่วนทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านพื้นที่ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 24-26 สิงหาคม ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก

จากนั้นช่วงวันที่ 27-29 สิงหาคม พื้นที่ด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น

ทะเลคลื่นสูง เตือนเรือเล็กติดตามสภาพอากาศ

ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นค่อนข้างแรง ความสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

สถานการณ์คลื่นลมแรงส่งผลต่อกิจกรรมทางทะเล โดยเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ศูนย์วิทยุฝ่ายป้องกันภัยพิบัติทางทะเลเมืองพัทยาได้รับแจ้งเหตุเรือใบประเภทคาตามารันพลิกคว่ำ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 200 เมตร บริเวณชายหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยานำเรือกู้ภัย 2 ลำ ฝ่าสายฝนและคลื่นลมเข้าช่วยนักกีฬาชาวต่างชาติที่ลอยตัวเกาะเรืออยู่กลางทะเล ก่อนนำตัวกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถกู้เรือกลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ ความเสียหายของเรืออยู่ในระดับเล็กน้อย

นายพีรพงษ์ รัตนเลี่ยม เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเลเมืองพัทยา ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุเรือพลิกคว่ำครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พร้อมขอให้ผู้ประกอบการและนักกีฬาทางน้ำตรวจสอบสภาพอากาศ รวมทั้งปฏิบัติตามคำเตือนของกรมเจ้าท่าอย่างเคร่งครัด

น่านน้ำลดเกือบปกติ เร่งฟื้นฟู 7 อำเภอ

ด้านสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติเกือบทั้งหมด หลังพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 7 อำเภอ 42 ตำบล มากกว่า 23,000 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงระดมกำลังและยุทโธปกรณ์เข้าฟื้นฟูพื้นที่และช่วยเหลือประชาชน

ก่อนหน้านี้ ตำบลภูคา อำเภอปัว มีฝนตกหนักสะสมถึง 367 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ทำให้เส้นทางคมนาคมหลายจุดได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะชุมชนพื้นที่สูงและพื้นที่ห่างไกล

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงนำเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ปฏิบัติการลำเลียงอาหารและถุงยังชีพทางอากาศรวม 7 เที่ยวบิน ส่งความช่วยเหลือไปยังบ้านกอกจูน บ้านขุนกูน และบ้านน้ำขว้าง ตำบลภูคา ซึ่งประชาชนไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 38 จัดกำลังพล จิตอาสา และชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว ทำความสะอาดดินโคลนและขนย้ายสิ่งของที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่และช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว

เตรียมตรวจโครงสร้างวัดภูมินทร์หลังความชื้นสะสม

เจ้าหน้าที่ยังเตรียมตรวจสอบโครงสร้างพระอุโบสถวัดภูมินทร์ แหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานสำคัญของจังหวัดน่าน หลังได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก น้ำท่วม และความชื้นสะสม

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ฐานรากฝั่งทิศตะวันตกมีการทรุดตัวเล็กน้อย พร้อมพบรอยแตกร้าวบริเวณผนังและองค์พระพุทธรูป ทำให้จำเป็นต้องชะลองานบูรณะปิดทองประมาณ 3-4 ปี เพื่อรอให้ความชื้นลดลง รวมถึงมีแนวทางจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงนี้เพื่อลดผลกระทบต่อโครงสร้างโบราณสถานในระยะยาว

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำรับมวลน้ำเหนือ

สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเหนือที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เพิ่มขึ้นแตะประมาณ 875 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท เพิ่มขึ้นประมาณ 80 เซนติเมตรภายใน 24 ชั่วโมง

เขื่อนเจ้าพระยาจึงปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำในลำน้ำ ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนปรับสูงขึ้นประมาณ 114 เซนติเมตร

นายภูมิวัฒน์ อุดมทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะความเสี่ยงตลิ่งทรุดและผลกระทบต่อกระชังปลาของประชาชน พร้อมให้ภาคเกษตรวางแผนบริหารจัดการน้ำล่วงหน้า

พยากรณ์อากาศ 24 สิงหาคม หลายภาคยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ดังนี้

  • ภาคเหนือ ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยเฉพาะแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และตาก
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 โดยเฉพาะหนองคาย บึงกาฬ และนครพนม
  • ภาคกลาง ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 โดยเฉพาะนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 โดยเฉพาะนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ส่วนมากบริเวณเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 โดยเฉพาะจังหวัดระนอง
  • กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคเหนือและบริเวณลาดเชิงเขา ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด และระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนสะสม น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน ขณะที่ผู้เดินเรือและผู้ทำกิจกรรมทางทะเลควรเพิ่มความระมัดระวังจากคลื่นลมแรงในช่วงนี้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์