
วันที่ 23 สิงหาคมของทุกปี ตรงกับ “วันรำลึกการค้าทาสและการเลิกทาสสากล” (International Day for the Remembrance of the Slave Trade and its Abolition) วันที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมจากการค้าทาส ตลอดจนผู้คนที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมของมนุษย์
หลายคนอาจเรียกวันนี้สั้น ๆ ว่า “วันเลิกทาสสากล” แต่ชื่ออย่างเป็นทางการมีความหมายมากกว่านั้น เพราะไม่ได้รำลึกเพียงการยกเลิกระบบทาส แต่ยังต้องการให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ถึงสาเหตุ วิธีการ และผลกระทบของการค้าทาสที่ทิ้งร่องรอยไว้ในสังคมทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
ทำไมวันที่ 23 สิงหาคม จึงเป็นวันรำลึกการค้าทาสและการเลิกทาสสากล?
ในคืนวันที่ 22 ต่อเนื่องถึงวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1791 กลุ่มคนที่ถูกกดขี่เป็นทาสในอาณานิคม แซงต์-โดมิงก์ (Saint-Domingue) ของฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเฮติ ได้ลุกขึ้นต่อต้านระบบทาส
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่ และมีบทบาทสำคัญต่อกระแสการต่อต้านและยกเลิกการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลาต่อมา
การต่อสู้ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1804 เฮติประกาศเอกราช และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การต่อสู้กับระบบทาสและการล่าอาณานิคม
ด้วยความสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าว UNESCO จึงเลือกวันที่ 23 สิงหาคม เป็นวันเชิงสัญลักษณ์สำหรับการรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้าทาส รวมถึงผู้ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
สรุปข่าว
วันที่ 23 สิงหาคมของทุกปี ตรงกับ “วันรำลึกการค้าทาสและการเลิกทาสสากล” (International Day for the Remembrance of the Slave Trade and its Abolition) วันที่องค์การยูเนสโก (UNESCO) กำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมจากการค้าทาส ตลอดจนผู้คนที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ศักดิ์ศรี และความเท่าเทียมของมนุษย์
หลายคนอาจเรียกวันนี้สั้น ๆ ว่า “วันเลิกทาสสากล” แต่ชื่ออย่างเป็นทางการมีความหมายมากกว่านั้น เพราะไม่ได้รำลึกเพียงการยกเลิกระบบทาส แต่ยังต้องการให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ถึงสาเหตุ วิธีการ และผลกระทบของการค้าทาสที่ทิ้งร่องรอยไว้ในสังคมทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
ทำไมวันที่ 23 สิงหาคม จึงเป็นวันรำลึกการค้าทาสและการเลิกทาสสากล?
ในคืนวันที่ 22 ต่อเนื่องถึงวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1791 กลุ่มคนที่ถูกกดขี่เป็นทาสในอาณานิคม แซงต์-โดมิงก์ (Saint-Domingue) ของฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเฮติ ได้ลุกขึ้นต่อต้านระบบทาส
เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติครั้งใหญ่ และมีบทบาทสำคัญต่อกระแสการต่อต้านและยกเลิกการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลาต่อมา
การต่อสู้ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1804 เฮติประกาศเอกราช และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การต่อสู้กับระบบทาสและการล่าอาณานิคม
ด้วยความสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าว UNESCO จึงเลือกวันที่ 23 สิงหาคม เป็นวันเชิงสัญลักษณ์สำหรับการรำลึกถึงผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้าทาส รวมถึงผู้ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
UNESCO กำหนดวันนี้ขึ้นเพื่ออะไร?
เป้าหมายของ International Day for the Remembrance of the Slave Trade and its Abolition ไม่ได้มีเพียงการบอกเล่าว่าในอดีตเคยเกิดการค้าทาสขึ้นเท่านั้น
UNESCO ต้องการให้วันที่ 23 สิงหาคมเป็นโอกาสที่ผู้คนทั่วโลกได้ร่วมกันทบทวน สาเหตุ รูปแบบ และผลกระทบของการค้าทาส รวมถึงศึกษาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างแอฟริกา ยุโรป ทวีปอเมริกา และแคริบเบียนอย่างไร
นอกจากนี้ ยังเป็นการรักษาความทรงจำของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อและผู้ที่ต่อสู้กับระบบทาส เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดนี้ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา
ที่มาข้อมูล : United Nations
ที่มารูปภาพ : Canva
