
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ ท.ท.ช. ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาแนวทางจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน”
สรุปข่าว
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ ท.ท.ช. ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาแนวทางจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือที่เรียกกันว่า “ค่าเหยียบแผ่นดิน”
ที่ประชุมเห็นชอบให้นำวิธีการจัดเก็บและอัตราค่าธรรมเนียมที่เสนอเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น โดยเบื้องต้นกำหนดกรอบไว้ที่ 400–450 บาทต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมศึกษารูปแบบการจัดเก็บหลายช่องทาง ทั้งผ่านสายการบิน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน จุดชำระเงิน และการเชื่อมโยงกับระบบที่พัก
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังต้องผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน โดยจะนำกรอบเดิมกลับมาทบทวนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งอัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม วิธีการจัดเก็บ และเปรียบเทียบกับแนวทางของต่างประเทศ ก่อนรวบรวมผลประชาพิจารณ์กลับเข้าสู่ที่ประชุม ท.ท.ช. และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ผลการศึกษาล่าสุด เมื่อคำนวณจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และต้นทุนที่เกี่ยวข้อง พบว่า อัตราฐานที่เหมาะสมอยู่ที่มากกว่า 490 บาท แต่ประเมินว่าอัตรา 450 บาท หรือประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับที่เหมาะสมและไม่สร้างภาระต่อนักท่องเที่ยวมากจนเกินไป
สำหรับกรอบเวลาการจัดเก็บ หากมีการประกาศหลักเกณฑ์ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว คาดว่าจะสามารถเริ่มจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมทางอากาศภายใน 180 วัน ขณะที่การเดินทางเข้าประเทศทางบกและทางน้ำจะใช้เวลาเตรียมระบบประมาณ 360 วัน เนื่องจากมีความซับซ้อนมากกว่า โดยเฉพาะการบริหารจัดการบริเวณด่านชายแดนที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางผ่านจำนวนมาก เช่น ด่านสะเดา
ส่วนรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจะนำเข้าสู่กองทุนเพื่อใช้ในการ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐาน งานศึกษาวิจัย การพัฒนาบุคลากร การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการประกันภัยและการดูแลด้านความปลอดภัยและสุขภาพของนักท่องเที่ยว
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามองว่า การมีกลไกเงินนอกงบประมาณจะช่วยให้สามารถนำรายได้กลับมาพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย และยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ อัตรา 400–450 บาท ยังไม่ใช่อัตราที่มีผลบังคับใช้ในทันที เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น ทบทวนรายละเอียด และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามกระบวนการก่อนประกาศใช้จริง
- ท่องเที่ยวไทย ฟื้นรอบใหม่ ไฮซีซันหนุน–รัฐเร่งกระตุ้น ส่งแรงบวกถึงหุ้นท่องเที่ยว
- ต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 ทะลุ 17.9 ล้านคน กวาดรายได้ 8.67 แสนล้าน แม้สัปดาห์ล่าสุดชะลอเล็กน้อย
- "สุรศักดิ์" ลุยตั้งกระทรวงกีฬา ดันไทยสู่มาตรฐานโลก
- จ่อชง ครม.ก.ค. ปรับโครงสร้าง ท่องเที่ยว–กีฬา บูรณาการวัฒนธรรม
- ท่องเที่ยวไทยดันยอดสะสมครึ่งปีแตะ 15.45 ล้านคน
ที่มาข้อมูล : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ที่มารูปภาพ : AFP
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
