จากพระราชดำริ “สมเด็จพระพันปีหลวง” สู่สากล ไทยโชว์ศักยภาพ "หัตถศิลป์-โขน-ผ้าไทย" ดันซอฟต์เพาเวอร์ไกลทั่วโลก


กรมประชาสัมพันธ์จัดกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยผ่านเครือข่ายต่างประเทศ ภายใต้หัวข้อ “แรงบันดาลใจจากพระราชดำริ สู่การรังสรรค์ความเป็นไทยสู่เวทีโลก” ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำเสนอผลสำเร็จของโครงการส่งเสริมศิลปาชีพภายใต้พระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีสื่อมวลชนต่างประเทศรวม 25 คน เข้าร่วม อาทิ รัสเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม จีน และเยอรมนี


กิจกรรมวันแรกเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชม ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการศิลปาชีพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการฝึกอาชีพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พร้อมชมการสาธิตงานหัตถศิลป์หลากหลายแขนง อาทิ การปักผ้า การทอผ้า งานจักสาน และการวาดเซรามิก ซึ่งล้วนสะท้อนการสืบทอดภูมิปัญญาไทยที่ยังคงมีชีวิตและสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าในปัจจุบัน


จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้ศึกษาดูงาน ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) เพื่อเรียนรู้บทบาทในการอนุรักษ์ พัฒนา และยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยจากทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และการขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันงานหัตถกรรมไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การยอมรับในระดับสากล
สรุปข่าว

กรมประชาสัมพันธ์จัดกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนโยบายสำคัญของรัฐบาลเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยผ่านเครือข่ายต่างประเทศ ภายใต้หัวข้อ “แรงบันดาลใจจากพระราชดำริ สู่การรังสรรค์ความเป็นไทยสู่เวทีโลก” ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำเสนอผลสำเร็จของโครงการส่งเสริมศิลปาชีพภายใต้พระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาไทยให้สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีสื่อมวลชนต่างประเทศรวม 25 คน เข้าร่วม อาทิ รัสเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม จีน และเยอรมนี


กิจกรรมวันแรกเริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชม ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ของโครงการศิลปาชีพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการฝึกอาชีพและการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ผู้เข้าร่วมได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ พร้อมชมการสาธิตงานหัตถศิลป์หลากหลายแขนง อาทิ การปักผ้า การทอผ้า งานจักสาน และการวาดเซรามิก ซึ่งล้วนสะท้อนการสืบทอดภูมิปัญญาไทยที่ยังคงมีชีวิตและสามารถต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าในปัจจุบัน


จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้ศึกษาดูงาน ณ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) เพื่อเรียนรู้บทบาทในการอนุรักษ์ พัฒนา และยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยจากทั่วประเทศ ผ่านการพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และการขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันงานหัตถกรรมไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การยอมรับในระดับสากล


ในช่วงเย็น มีพิธีเปิดกิจกรรม ณ โรงแรมเดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท โดย นางณัฐนันท์ รจนกร ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวเปิดงาน ก่อนเข้าสู่การอภิปรายในหัวข้อ “ทุนวัฒนธรรมไทย สู่โอกาสระดับโลก” ซึ่งรวบรวมผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมไทย การยกระดับศักยภาพช่างฝีมือ การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ และการผลักดันงานหัตถกรรมไทยสู่เวทีนานาชาติ

โดยมี น.ส.กิตติพร ใจบุญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิปัญญา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ถ่ายทอดแนวทางการอนุรักษ์และสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยให้ยังคงมีชีวิตในสังคมร่วมสมัย พร้อมสร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ที่เน้นเรื่องการพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือไทย การสร้างเครือข่าย และการผลักดันงานหัตถกรรมไทยสู่ตลาดและเวทีนานาชาติ

ร่วมด้วยนายอาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักอุตสาหกรรมสินค้าและบริการสร้างสรรค์ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ถ่ายทอดเรื่องการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงนักออกแบบแฟชั่นชั้นนำ ได้แก่ คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE Thailand และ คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA ถ่ายทอดประสบการณ์การนำผ้าไทยและงานหัตถศิลป์มาประยุกต์สู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก



ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานหัตถศิลป์ไทยและผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ตลอดจนการแสดงชุด “ระบำอัคราภิรักษ์” และการนำเสนอชุดผ้าไทยประยุกต์ “กนกอยุธยาภูษาศิลป์” โดยสาขาวิชานาฏศิลป์ศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ซึ่งสะท้อนการเชื่อมโยงศิลปวัฒนธรรมไทยกับการออกแบบร่วมสมัย และแสดงให้เห็นศักยภาพของผ้าไทยในบริบทของแฟชั่นและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์


วันที่สอง คณะสื่อมวลชนเยี่ยมชม อาคารเรียนรู้เรื่องโขน เพื่อศึกษาพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูศิลปะการแสดงโขน จนเกิดเป็นการแสดงโขนพระราชทานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง พร้อมเรียนรู้บทบาทของช่างศิลปาชีพในการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกาย งานปักดิ้นทอง และหัวโขน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดง รวมถึงชมการแสดงโขนและการสาธิตการวาดหัวโขน

จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดไชยวัฒนาราม เพื่อสะท้อนอีกมิติหนึ่งของการต่อยอดทุนวัฒนธรรมไทย ผ่านการประยุกต์ ใช้ผ้าไทยในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และเป็นตัวอย่างของ
การนำมรดกทางวัฒนธรรมมาสร้างประสบการณ์ร่วมสมัยที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และคุณค่าของประเทศไทยในสายตานานาชาติ

ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์
Photojournalism




