
พร้อมรับมือน้ำท่วมทั้งระบบเตือนภัย-แผนอพยพ
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง
โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ และจากสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ ได้เปิดทางให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านสามารถจัดสรร งบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมท่านละ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย
รวมถึงรองรับสถานการณ์น้ำแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า พร้อมกำชับให้ใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเร่งหาแหล่งกักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากเพื่อสำรองน้ำไว้รับมือภัยแล้ง
สรุปข่าว
พร้อมรับมือน้ำท่วมทั้งระบบเตือนภัย-แผนอพยพ
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง
โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ และจากสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ ได้เปิดทางให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านสามารถจัดสรร งบประมาณฉุกเฉินเพิ่มเติมท่านละ 100 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย
รวมถึงรองรับสถานการณ์น้ำแล้งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า พร้อมกำชับให้ใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และเร่งหาแหล่งกักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากเพื่อสำรองน้ำไว้รับมือภัยแล้ง
วันนี้ได้มีการส่งสัญญาณ Cell Broadcast แจ้งเตือนภัยในพื้นที่จังหวัดพะเยาและเชียงรายแล้ว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลและเตรียมตัวได้อย่างทันท่วงที ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมกำลังคน เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ให้พร้อมรับสถานการณ์
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแผนรับมือ ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจะใช้ Cell Broadcast ควบคู่กับระบบประชาสัมพันธ์ของท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนทันที พร้อมดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพที่ได้ซักซ้อมไว้แล้ว
“การเตรียมความพร้อมต้องทำก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่รอให้น้ำท่วมแล้วจึงเข้าไปแก้ไข เราต้องเตือนให้เร็ว เข้าถึงประชาชนให้เร็ว และพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
สำหรับการเตรียมความพร้อมที่ดำเนินการมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 สิงหาคม ปภ. ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งการเตรียมเรือและเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ อุบลราชธานี หนองคาย เชียงราย รวมถึงจัดทรัพยากรสาธารณภัยในพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และนครพนม เพื่อให้พร้อมปฏิบัติการได้ทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ โดยรองนายกรัฐมนตรีสามารถพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ทั้งกรณี น้ำท่วมและน้ำแล้ง ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้บริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ในขณะนี้ เพื่อสำรองไว้ใช้รองรับสถานการณ์น้ำแล้งในช่วงต้นปีหน้า
“เราต้องบริหารจัดการน้ำทั้งสองด้าน ทั้งรับมือกับน้ำท่วมในช่วงนี้ และเตรียมสำรองน้ำสำหรับช่วงน้ำแล้ง เป้าหมายคือให้มีน้ำเพียงพอและพร้อมรับมือทุกสถานการณ์”
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือทันทีเมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast หรือหน่วยงานในพื้นที่ และปฏิบัติตามแผนอพยพและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว โดยกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลย้ำหลัก “รู้ก่อน เตรียมก่อน ป้องกันก่อน” เพื่อให้ทุกพื้นที่พร้อมรับมือภัยพิบัติได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูน้อยลง
- ครม. ไฟเขียว “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” นั่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่
- สรุปสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ 9 ส.ค. ฝนหนักต่อเนื่อง เฝ้าระวังน้ำโขงเพิ่ม
- เชียงใหม่รับมือน้ำเหนือ! เปิดประตูระบาย รับน้ำก้อนใหญ่ไหลผ่านเมืองเที่ยงคืน
- เตือน 14 จังหวัด เสี่ยงน้ำป่าหลาก-ดินถล่ม เช็กเลยจังหวัดไหนต้องระวัง
- 40 จังหวัดเช็กด่วน! อุตุฯ ประกาศฉบับ 9 วันนี้ "ฝนตกหนักถึงหนักมาก"
ที่มาข้อมูล : กระทรวงมหาดไทย PR
ที่มารูปภาพ : กระทรวงมหาดไทย PR
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
