เปิดไทม์ไลน์น้ำโขง ! 8 จังหวัดอีสานเตรียมรับมือ 11-15 ส.ค. ยกของขึ้นที่สูงด่วน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดไทม์ไลน์น้ำโขง ! 8 จังหวัดอีสานเตรียมรับมือ 11-15 ส.ค. ยกของขึ้นที่สูงด่วน

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือน 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือริมฝั่งแม่น้ำโขง เตรียมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50-1.50 เมตร ระหว่างวันที่ 11-15 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

การเฝ้าระวังครั้งนี้มีขึ้นหลังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและประเทศเพื่อนบ้านมีฝนสะสม ประกอบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนหลายพื้นที่ของประเทศไทยให้รับมือฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้

นครพนมน้ำโขงแตะ 12 เมตร กระทบบ้านกว่า 30 หลัง

สถานการณ์ที่จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะอำเภอบ้านแพง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 12 เมตร จนล้นตลิ่งเข้าพื้นที่ริมแม่น้ำ บ้านเรือนได้รับผลกระทบมากกว่า 30 หลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังกว่า 1,000 ไร่

ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน ทั้งการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง และผู้ป่วยติดเตียงไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อบรรเทาผลกระทบเบื้องต้น

ส่วนพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำบริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราชอย่างต่อเนื่อง หลังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณถนนสวรรค์ชายโขงเริ่มมีน้ำท่วมขัง โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากตัวเมืองตลอด 24 ชั่วโมง

เบื้องต้นพนังกั้นน้ำยังสามารถรองรับระดับน้ำได้ และยังไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมือง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงจัดกำลังติดตามสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำโขงยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

บึงกาฬเดินเครื่องสูบน้ำ 12 เครื่อง ป้องพื้นที่เกษตร

จังหวัดบึงกาฬเป็นอีกพื้นที่ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยวันที่ 10 สิงหาคม ระดับน้ำโขงยังปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้โครงการชลประทานบึงกาฬต้องปิดประตูระบายน้ำห้วยกำแพง อำเภอเมืองบึงกาฬ ทั้ง 6 บาน หลังระดับน้ำโขงสูงกว่าระดับน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเกือบ 3 เมตร

เจ้าหน้าที่ได้เดินเครื่องสูบน้ำรวม 12 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำสะสมจากหนองกุดทิงลงสู่แม่น้ำโขง ลดความเสี่ยงน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรกว่า 700 ไร่ ครอบคลุม 3 ตำบล

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณจุดวัดระดับน้ำและแนวป้องกันตลิ่ง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดยเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมแผนอพยพประชาชน โดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึงจุดที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้าย

สรุปข่าว

สทนช.เตือน 8 จังหวัดภาคอีสานริมแม่น้ำโขง เตรียมรับระดับน้ำเพิ่มขึ้น 0.50-1.50 เมตร ช่วง 11-15 ส.ค. 2569 หลังฝนสะสมในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นครพนมเริ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่บึงกาฬเร่งสูบน้ำ พร้อมประสาน MRC ติดตามน้ำโขงและแผนระบายน้ำอย่างใกล้ชิด

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยกระดับติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือน 8 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือริมฝั่งแม่น้ำโขง เตรียมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50-1.50 เมตร ระหว่างวันที่ 11-15 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ไปจนถึงอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

การเฝ้าระวังครั้งนี้มีขึ้นหลังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและประเทศเพื่อนบ้านมีฝนสะสม ประกอบกับปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนหลายพื้นที่ของประเทศไทยให้รับมือฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้

นครพนมน้ำโขงแตะ 12 เมตร กระทบบ้านกว่า 30 หลัง

สถานการณ์ที่จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะอำเภอบ้านแพง ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นแตะประมาณ 12 เมตร จนล้นตลิ่งเข้าพื้นที่ริมแม่น้ำ บ้านเรือนได้รับผลกระทบมากกว่า 30 หลังคาเรือน และพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังกว่า 1,000 ไร่

ชุดเฉพาะกิจทหารพรานที่ 21 ร่วมกับฝ่ายปกครองและหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือประชาชน ทั้งการเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน สัตว์เลี้ยง และผู้ป่วยติดเตียงไปยังพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเพื่อบรรเทาผลกระทบเบื้องต้น

ส่วนพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครพนม เจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำบริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราชอย่างต่อเนื่อง หลังพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณถนนสวรรค์ชายโขงเริ่มมีน้ำท่วมขัง โดยได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากตัวเมืองตลอด 24 ชั่วโมง

เบื้องต้นพนังกั้นน้ำยังสามารถรองรับระดับน้ำได้ และยังไม่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมือง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงจัดกำลังติดตามสถานการณ์ เนื่องจากระดับน้ำโขงยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

บึงกาฬเดินเครื่องสูบน้ำ 12 เครื่อง ป้องพื้นที่เกษตร

จังหวัดบึงกาฬเป็นอีกพื้นที่ที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยวันที่ 10 สิงหาคม ระดับน้ำโขงยังปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้โครงการชลประทานบึงกาฬต้องปิดประตูระบายน้ำห้วยกำแพง อำเภอเมืองบึงกาฬ ทั้ง 6 บาน หลังระดับน้ำโขงสูงกว่าระดับน้ำบริเวณหน้าประตูระบายน้ำเกือบ 3 เมตร

เจ้าหน้าที่ได้เดินเครื่องสูบน้ำรวม 12 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำสะสมจากหนองกุดทิงลงสู่แม่น้ำโขง ลดความเสี่ยงน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรกว่า 700 ไร่ ครอบคลุม 3 ตำบล

นายสุรพล เจริญภูมิ ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์บริเวณจุดวัดระดับน้ำและแนวป้องกันตลิ่ง พร้อมสั่งการให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ โดยเปิดศูนย์รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมแผนอพยพประชาชน โดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นถึงจุดที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้าย

สทนช.จับตาเขื่อนไซยะบุรี ระบายน้ำเกือบ 15,000 ลบ.ม./วินาที

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประเมินว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยเฉพาะบึงกาฬ นครพนม และอุบลราชธานี มีความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก บางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนมากกว่า 90 มิลลิเมตร

ขณะเดียวกัน ปริมาณฝนสะสมในประเทศเพื่อนบ้านมีส่วนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น โดยเขื่อนไซยะบุรีใน สปป.ลาว มีอัตราการระบายน้ำเกือบ 15,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำอย่างต่อเนื่อง

สทนช. ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ได้ประสานประเทศสมาชิกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC เพื่อติดตามปริมาณน้ำและข้อมูลแผนการระบายน้ำของเขื่อนในลุ่มน้ำโขงล่วงหน้า เพื่อให้การแจ้งเตือนประชาชนและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทำได้รวดเร็วขึ้น

หน่วยงานในพื้นที่ได้รับการประสานให้เตรียมเครื่องสูบน้ำ บริหารประตูระบายน้ำ และประชาสัมพันธ์ประชาชนริมฝั่งให้ติดตามระดับน้ำ รวมถึงเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรทางน้ำ

เชียงใหม่เฝ้าระวังน้ำแม่แตง เคลื่อนย้ายช้างขึ้นพื้นที่สูง

ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่แตงยังต้องเฝ้าระวังน้ำหลาก หลังฝนสะสมบริเวณพื้นที่ต้นน้ำทำให้ระดับน้ำในลำน้ำแม่แตงเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ทีมคชบาลและผู้ดูแลบ้านช้างตระกูลแสนได้เคลื่อนย้ายช้างขึ้นไปยังพื้นที่สูงที่น้ำท่วมไม่ถึง พร้อมย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ออกจากจุดเสี่ยง ขณะเดียวกันจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้ช้างทุกเชือกอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว

กรมอุตุฯ เตือนฝนหนักต่อเนื่อง 11-16 สิงหาคม

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ช่วงวันที่ 11-14 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง จากร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ภาคเหนือตอนบน และ สปป.ลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง

ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นประมาณ 2 เมตร และบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 2 เมตร

ช่วงวันที่ 15-16 สิงหาคม ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง

สำหรับวันที่ 11 สิงหาคม ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ภาคกลางร้อยละ 40 ภาคตะวันออกร้อยละ 70 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกร้อยละ 30 ภาคใต้ฝั่งตะวันตกร้อยละ 40 ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่

ไทม์ไลน์เฝ้าระวัง

  • 10 ส.ค. 2569 นครพนมและบึงกาฬเร่งรับมือระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้น พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำและช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบ
  • 11 ส.ค. 2569 สทนช.ติดตาม 8 จังหวัดริมโขง ขณะที่หลายพื้นที่ทั่วประเทศยังมีฝนตกหนัก
  • 11-14 ส.ค. 2569 ไทยมีฝนตกหนักบางแห่งจากร่องมรสุมและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรง
  • 11-15 ส.ค. 2569 ระดับน้ำโขงช่วงเชียงคานถึงโขงเจียมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50-1.50 เมตร
  • 15-16 ส.ค. 2569 หลายภาคยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและน้ำหลากต่อเนื่อง

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์