ทำไมรัฐต้องรื้อระบบจ้างข้าราชการใหม่? เช็กด่วน สวัสดิการแบบไหนที่กำลังจะถูกปรับเปลี่ยน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไมรัฐต้องรื้อระบบจ้างข้าราชการใหม่? เช็กด่วน สวัสดิการแบบไหนที่กำลังจะถูกปรับเปลี่ยน

ปรับสวัสดิการข้าราชการ เปิดรับฟังทุกความเห็น ก่อนกำหนดแนวทางใหม่

รัฐบาลเดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบสวัสดิการและการจ้างงานของข้าราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานของแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยยืนยันว่าจะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมออกแบบทางเลือกที่เหมาะสม แทนการใช้ระบบเดียวกับบุคลากรทุกประเภท

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีกรมบัญชีกลางเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับแก้พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจำแนกความต้องการของข้าราชการแต่ละกลุ่ม

สรุปข่าว

รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นการปรับสวัสดิการและระบบการจ้างข้าราชการ โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ ระบุว่าจะออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะงานของแต่ละกลุ่ม ไม่ใช้ระบบเดียวทั้งประเทศ พร้อมมอบ ก.พ. ศึกษาแนวทางใหม่ และตั้งเป้าผลักดันให้ทันปีงบประมาณ 2570

ปรับสวัสดิการข้าราชการ เปิดรับฟังทุกความเห็น ก่อนกำหนดแนวทางใหม่

รัฐบาลเดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบสวัสดิการและการจ้างงานของข้าราชการ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะงานของแต่ละกลุ่มมากขึ้น โดยยืนยันว่าจะพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน พร้อมออกแบบทางเลือกที่เหมาะสม แทนการใช้ระบบเดียวกับบุคลากรทุกประเภท

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีกรมบัญชีกลางเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับแก้พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และจะต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และจำแนกความต้องการของข้าราชการแต่ละกลุ่ม

นำความเห็นมาจัดกลุ่ม ก่อนกำหนดแนวทางบริหาร

นายปกรณ์ กล่าวว่า ความคิดเห็นที่ได้รับจะถูกนำมาวิเคราะห์ว่าแต่ละกลุ่มมีความต้องการแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจัดกลุ่มและออกแบบแนวทางบริหารที่เหมาะสม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลา และยังไม่สามารถสรุปผลได้ภายใน 1-2 วัน

จากการรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้น พบว่ามีข้าราชการบางส่วนต้องการรับสิทธิในรูปแบบบำนาญ ขณะที่อีกส่วนเห็นว่าสามารถบริหารจัดการเงินของตนเองได้ จึงเป็นข้อมูลที่รัฐบาลจะนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดนโยบาย โดยยืนยันว่าการดำเนินการจะอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์

มองคนเก่งยังตัดสินใจจากหลายปัจจัย

สำหรับข้อกังวลว่าการปรับสวัสดิการอาจทำให้บุคลากรที่มีศักยภาพไม่ต้องการเข้าสู่ระบบราชการ นายปกรณ์ ระบุว่า ยังเป็นเพียงการคาดการณ์ล่วงหน้า โดยเชื่อว่าข้าราชการที่ปฏิบัติงานมานานและใกล้เกษียณอายุราชการคงไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงสิทธิของตน ส่วนผู้ที่จะเข้ารับราชการในอนาคตจะมีโอกาสพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกับตนเอง

ชี้ระบบเดียวใช้กับทุกอาชีพ ไม่สอดคล้องกับภารกิจ

นายปกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ใช้ระบบการจ้างงานรูปแบบเดียวกับข้าราชการทุกประเภท ทั้งที่ลักษณะงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ยกตัวอย่าง บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล ตำรวจ หรือข้าราชการที่ต้องปฏิบัติงานเป็นกะและเข้าเวร มีภาระหน้าที่ไม่เหมือนกับข้าราชการประจำทั่วไป แต่กลับใช้ระบบเดียวกัน จึงเป็นประเด็นที่ควรได้รับการปรับปรุง

ด้วยเหตุนี้ จึงได้มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ. ศึกษาแนวทางการปรับระบบการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับลักษณะงานมากขึ้น พร้อมยืนยันว่าในอนาคตจะไม่ใช้ระบบเดียวกับข้าราชการทุกกลุ่มอีกต่อไป

ตั้งเป้าปรับระบบให้ทันปีงบประมาณ 2570

นายปกรณ์ ระบุว่า รัฐบาลจะพยายามผลักดันการศึกษาและกำหนดแนวทางให้แล้วเสร็จทันปีงบประมาณ 2570 โดยย้ำว่าการดำเนินงานต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการศึกษาข้อมูลโดยไม่มีผลลัพธ์

ทั้งนี้ แนวทางที่กำลังพิจารณาจะไม่เป็นการบังคับให้ข้าราชการทุกคนใช้รูปแบบเดียวกัน แต่จะจัดทำเป็น "ทางเลือก" เพื่อให้แต่ละคนสามารถเลือกสิทธิและรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะการทำงานของตนเอง

 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์