
ครม.ไฟเขียวสูตร CARE ยกระดับคุ้มครองผู้ประกันตน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เห็นชอบให้เสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือ “สูตร CARE” (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติในหลักการ โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบที่แท้จริง และสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาว
ปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพ
ด้าน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เริ่มจากการปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับ ผู้ที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จากเดิมที่ได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเงินบำเหน็จจากทั้งส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
สรุปข่าว
ครม.ไฟเขียวสูตร CARE ยกระดับคุ้มครองผู้ประกันตน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เห็นชอบให้เสนอการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือ “สูตร CARE” (Career Average Revalued Earnings) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติในหลักการ โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบที่แท้จริง และสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาว
ปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพ
ด้าน นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เริ่มจากการปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับ ผู้ที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จากเดิมที่ได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเงินบำเหน็จจากทั้งส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
นอกจากนี้ ยังมีการปรับวิธีคำนวณอัตราบำนาญสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน โดยจากเดิมที่คิดอัตราเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคำนวณ จะเปลี่ยนเป็นการคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตราร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งสาระสำคัญ คือการปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินบำนาญ จากเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ มาเป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนคำนวณตามหลักการ CARE เพื่อสะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ลดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน
ขณะเดียวกัน ได้กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มรับบำนาญและได้รับเงินบำนาญตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม โดยจะได้รับเงินชดเชย ในอัตราลดหลั่นกัน เริ่มจาก 100% ในปีแรก 80% ในปีที่สอง 60% ในปีที่สาม 40% ในปีที่สี่ และ 20% ในปีที่ห้า หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้
สำหรับผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้ว หากเมื่อนำสูตรใหม่มาคำนวณแล้วพบว่าได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไป แต่จะไม่มีการจ่ายย้อนหลังสำหรับงวดที่ผ่านมา
นางสาวกาญจนา กล่าวว่า ภายหลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเห็นชอบในหลักการแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งร่างกฎกระทรวงให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
ทั้งนี้ การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบประกันสังคมไทยให้มีความเป็นธรรม ทันสมัย และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมสร้างหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณให้แก่ผู้ประกันตนอย่างยั่งยืนในอนาคต


- เปิดรายชื่อ 9 ผู้ทรงคุณวุฒิ ครม. สั่งล้างไพ่ตั้งบอร์ด "ข้อมูลข่าวสารของราชการ"
- ทำไมเราควรใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สำคัญแค่ไหน ลงทะเบียนอย่างไร ?
- ประกันสังคม ชู 3 สิทธิประโยชน์ "ผู้ประกันตนมีบุตร" เช็กเลยที่นี่
- โฉมหน้าทีม "ประกันสังคมก้าวหน้า" ยื่นสมัครครบ 7 คน ชู "ษัษฐรัมย์" นำทัพป้องกันแชมป์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
- สรุปมติคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง เช็กได้ที่นี่!
ที่มาข้อมูล : ประกันสังคม
ที่มารูปภาพ : Getty Images
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
