เช็กความคืบหน้า 2 พายุใหญ่ "ไมสัก" ซัดจีนระบบล่ม/ "บาหวี่" ยกระดับเร็วลมพุ่ง 269 กม./ชม.

Share on Line Share on Facebook Share on X
เช็กความคืบหน้า 2 พายุใหญ่ "ไมสัก" ซัดจีนระบบล่ม/ "บาหวี่" ยกระดับเร็วลมพุ่ง 269 กม./ชม.

พายุโซนร้อน "ไมสัก" พัดขึ้นฝั่งบริเวณตำบลเย่หลิน อำเภอหลิงสุ่ยหลี่ มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 กรกฎาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จนระบบคมนาคมได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ทางการจีนประกาศระงับการให้บริการรถไฟทุกเที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงเที่ยวบินทั้งหมดของท่าอากาศยานนานาชาติซานย่า ฟีนิกซ์ และเรือข้ามฟากบริเวณช่องแคบฉงโจเป็นการชั่วคราว ขณะที่สถานศึกษาในเมืองซานย่าและอำเภอเล่อทงได้รับคำสั่งปิดการเรียนการสอนทันทีเพื่อความปลอดภัย

ด้านความเสียหาย มีรายงานว่าคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของพายุซัดทำลายฐานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลลึกนอกชายฝั่งอำเภอหลิงสุ่ย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นคาดการณ์ว่า พื้นที่ดังกล่าวจะยังคงเผชิญฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องอีก 1-2 วัน แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงหลังขึ้นฝั่งแล้วก็ตาม

ขณะที่ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" ยังคงทวีกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ดินแดนของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก

ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม (Joint Typhoon Warning Center: JTWC) รายงานว่า พายุบาหวี่มีความเร็วลมคงที่สูงสุด 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกสูงถึง 324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 พร้อมคาดว่าใจกลางพายุจะเคลื่อนผ่านใกล้เกาะโรตาในวันจันทร์ และอาจทวีกำลังขึ้นอีก โดยความเร็วลมอาจเพิ่มเป็น 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


 

สรุปข่าว

พายุไมสักขึ้นฝั่งมณฑลไห่หนานของจีน ส่งผลให้ฝนตกหนัก ระบบขนส่งทั้งรถไฟ เครื่องบิน และเรือหยุดให้บริการชั่วคราว ขณะที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่เคลื่อนเข้าใกล้เกาะกวมด้วยความเร็วลมสูงถึง 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งผลให้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินและเร่งอพยพเตรียมรับมือ

พายุโซนร้อน "ไมสัก" พัดขึ้นฝั่งบริเวณตำบลเย่หลิน อำเภอหลิงสุ่ยหลี่ มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 กรกฎาคม ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จนระบบคมนาคมได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง

ทางการจีนประกาศระงับการให้บริการรถไฟทุกเที่ยว ทั้งขาเข้าและขาออก รวมถึงเที่ยวบินทั้งหมดของท่าอากาศยานนานาชาติซานย่า ฟีนิกซ์ และเรือข้ามฟากบริเวณช่องแคบฉงโจเป็นการชั่วคราว ขณะที่สถานศึกษาในเมืองซานย่าและอำเภอเล่อทงได้รับคำสั่งปิดการเรียนการสอนทันทีเพื่อความปลอดภัย

ด้านความเสียหาย มีรายงานว่าคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของพายุซัดทำลายฐานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลลึกนอกชายฝั่งอำเภอหลิงสุ่ย ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นคาดการณ์ว่า พื้นที่ดังกล่าวจะยังคงเผชิญฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องอีก 1-2 วัน แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงหลังขึ้นฝั่งแล้วก็ตาม

ขณะที่ ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" ยังคงทวีกำลังอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ดินแดนของสหรัฐอเมริกาในมหาสมุทรแปซิฟิก

ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม (Joint Typhoon Warning Center: JTWC) รายงานว่า พายุบาหวี่มีความเร็วลมคงที่สูงสุด 269 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกสูงถึง 324 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 พร้อมคาดว่าใจกลางพายุจะเคลื่อนผ่านใกล้เกาะโรตาในวันจันทร์ และอาจทวีกำลังขึ้นอีก โดยความเร็วลมอาจเพิ่มเป็น 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


 

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทางการเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเกาะกวมประกาศยกระดับสู่การเตรียมพร้อมระดับ 2 และเปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินตั้งแต่ช่วงเช้าวันอาทิตย์

ประชาชนกว่า 200,000 คน ในพื้นที่เร่งกักตุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพอย่างน้อย 7 วัน พร้อมติดตั้งแผ่นไม้ปิดหน้าต่างบ้านเรือนและอาคาร เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมพายุ

ขณะเดียวกัน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการทวีกำลังของพายุหมุนเขตร้อนอย่างรวดเร็วในปีนี้

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์