ไทย-คาซัคสถาน ลงนาม Roadmap 2027-2028 ตั้งเป้าการค้าแตะ 1 พันล้านดอลลาร์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไทย-คาซัคสถาน ลงนาม Roadmap 2027-2028 ตั้งเป้าการค้าแตะ 1 พันล้านดอลลาร์

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน ตามคำเชิญของฝ่ายคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลายมิติ

ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการ (Roadmap) สำหรับปี 2027-2028 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและผลักดันความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยและคาซัคสถานมีบทบาทสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและเวทีพหุภาคี พร้อมย้ำความร่วมมือผ่านกรอบต่าง ๆ อาทิ CICA, BRICS และ Asia Cooperation Dialogue (ACD) โดยไทยซึ่งจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2028 มีความตั้งใจผลักดันให้คาซัคสถานมีบทบาทในฐานะพันธมิตรของอาเซียนมากขึ้น ขณะเดียวกันไทยก็สนใจเข้ามามีส่วนร่วมกับกรอบความร่วมมือ C5+1 หรือรูปแบบที่อาจขยายเป็น C6/C7 ในอนาคต

สรุปข่าว

ไทยและคาซัคสถานลงนามแผน Roadmap 2027-2028 ยกระดับความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า พลังงาน ความมั่นคงอาหาร และการท่องเที่ยว พร้อมตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าแตะ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 5 ปี และผลักดันคาซัคสถานเป็นประตูเชื่อมไทยสู่เอเชียกลาง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐคาซัคสถาน ตามคำเชิญของฝ่ายคาซัคสถาน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลายมิติ

ภายหลังการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการ (Roadmap) สำหรับปี 2027-2028 เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานและผลักดันความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยและคาซัคสถานมีบทบาทสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและเวทีพหุภาคี พร้อมย้ำความร่วมมือผ่านกรอบต่าง ๆ อาทิ CICA, BRICS และ Asia Cooperation Dialogue (ACD) โดยไทยซึ่งจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปี 2028 มีความตั้งใจผลักดันให้คาซัคสถานมีบทบาทในฐานะพันธมิตรของอาเซียนมากขึ้น ขณะเดียวกันไทยก็สนใจเข้ามามีส่วนร่วมกับกรอบความร่วมมือ C5+1 หรือรูปแบบที่อาจขยายเป็น C6/C7 ในอนาคต

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันให้แตะ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มูลค่าการค้าขยายตัวราวร้อยละ 11

สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคง ไทยพร้อมสนับสนุนคาซัคสถานด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ขณะที่คาซัคสถานสามารถสนับสนุนไทยด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นศักยภาพในการพัฒนาความร่วมมือด้านธุรกิจโรงแรม การบริการ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งไทยมีความเชี่ยวชาญ

นายสีหศักดิ์ระบุว่า ไทยต้องการใช้คาซัคสถานเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียกลาง และขอรับการสนับสนุนในการเริ่มต้นเจรจากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union: EAEU)

ในด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถานเดินทางมาไทยเกือบ 200,000 คนต่อปี โดยไทยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น ผ่านการขยายเที่ยวบิน การเพิ่มสายการบิน และการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ

ด้านนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ กล่าวว่า ไทยถือเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียน ขณะที่คาซัคสถานพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไทยสู่ตลาดเอเชียกลางและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย พร้อมเชิญชวนนักลงทุนไทยเข้าลงทุนในอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก รวมถึงแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์