
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเรียกนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีโครงการแอปพลิเคชัน “Thailand FishAI” ซึ่งถูกตั้งคำถามด้านความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยระบุว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการรับทราบข้อมูล เนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 30 วัน
สรุปข่าว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเรียกนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีโครงการแอปพลิเคชัน “Thailand FishAI” ซึ่งถูกตั้งคำถามด้านความคุ้มค่าและความโปร่งใส โดยระบุว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการรับทราบข้อมูล เนื่องจากเพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ถึง 30 วัน
จากการชี้แจงพบว่า โครงการดังกล่าวไม่ได้ใช้งบประมาณของกรมประมงโดยตรง แต่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ปี 2568 วงเงินรวม 9.1 ล้านบาท แบ่งเป็น การพัฒนา AI 5 ล้านบาท พัฒนาแอปพลิเคชัน 1 ล้านบาท เว็บไซต์ 1 ล้านบาท ระบบคลาวด์ 1 ล้านบาท รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และระบบหลังบ้าน
นายวัชระพลยืนยันว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติ หรือพิรุธด้านความไม่โปร่งใส และเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อเทียบกับงบประมาณแล้ว ประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันในปัจจุบันยังไม่สะท้อนความคุ้มค่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อจำกัดในการจำแนกชนิดปลา จึงได้กำชับให้กรมประมงและผู้พัฒนาระบบเร่งปรับปรุง เพื่อยกระดับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หากพบปัญหาจะต้องเร่งแก้ไขโดยทันที
ในส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับบริษัทผู้รับจ้าง ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าอาจได้รับงานจากกรมประมงหลายโครงการ นายวัชระพลระบุว่า จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายและข้อมูลจากกระทรวงการคลัง พบว่าบริษัทดังกล่าวมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และยังไม่พบความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง จึงยังไม่ถึงขั้นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่จะมีการติดตามผลการดำเนินงานของแอปฯ อย่างใกล้ชิดในระดับรายสัปดาห์
สำหรับข้อเรียกร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เปิดเผยรายละเอียดโครงการ โดยเฉพาะ TOR และขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง รัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันว่าพร้อมเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดต่อสาธารณะ เพื่อความโปร่งใส พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองอื่น แต่เป็นหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง หากพบความผิดปกติในโครงการใดก็พร้อมตรวจสอบทันที
ด้านนายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง และหัวหน้าโครงการ Thailand FishAI ชี้แจงว่า โครงการมีเป้าหมายพัฒนาเป็น “ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่” เพื่อรวบรวมฐานข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำในรูปแบบดิจิทัล เปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก พร้อมใช้ AI ช่วยจำแนกชนิดปลา และสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ
แอปพลิเคชันดังกล่าวยังเป็นช่องทางให้ประชาชนติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อเพิ่มฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ
ในด้านเทคโนโลยี ยอมรับว่าระบบ AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น เปรียบเสมือน “ระดับประถมศึกษา” ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมาก ปัจจุบันสามารถจำแนกปลาได้ประมาณ 50–52 ชนิด โดยใช้ฐานข้อมูลภาพปลามากกว่า 50,000 ภาพจากแหล่งเพาะเลี้ยงของกรมประมง และมีการคัดเลือกโมเดลที่มีความแม่นยำมากกว่า 70% ก่อนนำมาใช้งานจริง
ทีมพัฒนาได้ปรับปรุงระบบให้สามารถคัดกรองภาพที่ไม่ใช่ปลา โดยจะไม่แสดงผลจำแนก และแจ้งให้ผู้ใช้งานส่งภาพใหม่ที่ชัดเจนแทน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนในช่วงเริ่มต้น
ทั้งนี้ กรมประมงเลือกพัฒนา AI ภายในประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยทางข้อมูล และลดต้นทุนในระยะยาว เนื่องจากหากใช้บริการจากต่างประเทศจะมีค่าใช้จ่ายต่อการประมวลผล ซึ่งอาจเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนผู้ใช้งานในอนาคต
- เปิดการใช้งาน “Smart Seabook” นำร่อง จ.สมุทรปราการ พื้นที่แรก
- กรมประมงเปิดเวที “Fisheries Research ConNext”
- กฎหมายประมงฉบับใหม่ผ่านสภา ปรับ 71 มาตรา ลดโทษ–เพิ่มสิทธิ ฟื้นประมงไทย
- แก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ปล่อยปลาผู้ล่า 19 จังหวัด กว่า 9.7 แสนตัว
- "ปลากัด" ไทยครองใจตลาดโลก ส่งออกสัตว์น้ำสวยงามพุ่งทะลุ 1,000 ล้านบาท
ที่มาข้อมูล : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ที่มารูปภาพ : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
