ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 8.9 ล้าน ยื่นอุทธรณ์ 1 ล้านคน!

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 8.9 ล้าน ยื่นอุทธรณ์ 1 ล้านคน!

สรุปข่าว

ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่าน-ไม่ผ่าน 2566 อัปเดตล่าสุดยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 8,948,121 คน ยื่นอุทธรณ์ 1,014,730 คน


นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ความคืบหน้าการยืนยันตัวตนของผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ (ผู้ผ่านเกณฑ์) ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2565 ณ วันที่ 15 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. มีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จจำนวนทั้งสิ้น 8,948,121 ราย 


สำหรับจำนวนผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การพิจารณาคุณสมบัติ (ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์) ณ วันที่ 15 มีนาคม 2566 เวลา 13.00 น. จำนวนทั้งสิ้น 1,014,730 ราย โดยสามารถขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ขออุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https:// บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https: //welfare.mof.go.th  ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 23.00 น.ของทุกวัน 


หรือขออุทธรณ์ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และศาลาว่าการเมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน 


โฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตั้งแต่กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติฯ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นมา พบว่า มีประเด็นปัญหาจากการที่ผู้ผ่านเกณฑ์เดินทางไปยืนยันตัวตนที่ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ และ ธ.ก.ส. พร้อมกันจำนวนมากทำให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการยืนยันตัวตน ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับทราบประเด็นปัญหาดังกล่าว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้ธนาคาร

ทั้ง 3 แห่งดังกล่าวข้างต้น เปิดให้ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนได้ทุกวัน รวมวันเสาร์ -อาทิตย์ โดยสาขาทั่วไปตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00 – 16.00 น. ช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 - 31 มีนาคม 2566 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการยืนยันตัวตน 


ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่มีบัญชีธนาคาร


นอกจากนี้ สำหรับประเด็นปัญหาที่ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่มีบัญชีธนาคารจะต้องเปิดบัญชีธนาคารและผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชน กระทวงการคลังได้ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ทั้ง 14 แห่ง รวมทั้งธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ให้ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถเปิด “บัญชีพื้นฐาน” ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากที่ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำ ในการเปิดบัญชี โดยประเภทบัญชีดังกล่าวเป็นการให้บริการเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ต้องการเปิดบัญชีเพื่อรับสิทธิ์สวัสดิการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ


สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่เป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางได้ รวมทั้งบุคคลล้มละลาย ที่ยังไม่สามารถเปิดบัญชี และ/หรือไม่สามารถผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนได้ กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างหารือแนวทางกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะประกาศให้ประชาชนทราบแนวทางในการดำเนินการโดยเร็วต่อไป


นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทะเบียนที่ต้องการตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติและขออุทธรณ์ (หากตรวจสอบพบว่าไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้สั่งการให้สำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศเปิดให้บริการแก่ผู้ลงทะเบียนที่ต้องการตรวจสอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. ด้วยโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 - 26 มีนาคม 2566 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดความแออัดของประชาชนในการเดินทางไปอุทธรณ์ในวันทำการปกติ 


โดยหากผู้ลงทะเบียนตรวจสอบพบว่าไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ก็สามารถดำเนินการอุทธรณ์ได้ที่สำนักงานคลังจังหวัดในวันเสาร์ - อาทิตย์ได้ด้วย และสามารถเดินทางไปขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องได้โดยเร็วต่อไป


ช่องทาง ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน 


ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติด้วยตนเอง ผ่านทางเว็บไซต์ https:// บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https: //welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวัน


การยืนยันตัวตน


ทั้งนี้ ในเดือนมีนาคม 2566 ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนได้ทุกวัน รวมวันเสาร์ -อาทิตย์ โดยสาขาทั่วไปตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00 – 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป 


นอกจากนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยังไม่มีบัญชีธนาคารจะต้องเปิดบัญชีธนาคารและผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชน โดยสามารถเปิด “บัญชีพื้นฐาน” ซึ่งเป็นบัญชี เงินฝากที่ไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำในการเปิดบัญชี ทั้งนี้ ประเภทบัญชีดังกล่าวเป็นการให้บริการเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป โดยผู้ที่ประสงค์จะเปิดบัญชีดังกล่าวสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเปิดบัญชีได้จากธนาคารพาณิชย์ทั้ง 14 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ


กรณีเดินทางมาด้วนตนเอง

- บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)

- ใบสำคัญการหย่า หรือ ใบมรณะ หรือ หนังสือรับรองการตาย หรือ ทะเบียนบ้านที่มี การจำหน่ายการตาย (เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์แบบมีเงื่อนไข)


กรณีมอบอำนาจ

ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือ ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมายืนยันตัวตนได้เอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้ โดยใช้เอกสารดังนี้

- บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน) 

- ใบสำคัญการหย่า หรือ ใบมรณะ หรือ หนังสือรับรองการตาย หรือ ทะเบียนบ้านที่มี การจำหน่ายการตาย (เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์แบบมีเงื่อนไข)

- หนังสือมอบอำนาจ (ดาวโหลดที่เว็บไซต์โครงการฯ) คลิกที่นี่

- บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ) 

- สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือ ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) ให้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานยืนยันตัวตน






ภาพจาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/AFP

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ

เอกสารยืนยันตัวตน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐบัตรคนจน
ตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐล่าสุด
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณสมบัติ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
ลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่
บัตรคนจนรอบใหม่
เปิดลงทะเบียนบัตรคนจน
sticky-bar-top