วันนี้วันอะไร 1 กันยายน ของทุกปี ตรงกับ “วันสืบ นาคะเสถียร” รำลึกนักอนุรักษ์ผู้ปลุกเสียงป่าให้คนไทยได้ยิน

วันที่ 1 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่คนไทยจำนวนมากร่วมรำลึกถึง “สืบ นาคะเสถียร” นักอนุรักษ์และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศไทย
วันที่ 1 กันยายนจึงมักถูกเรียกว่า “วันสืบ นาคะเสถียร” หรือ “วันรำลึกสืบ นาคะเสถียร” เนื่องจากเป็นวันที่เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ บ้านพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสะเทือนต่อสังคมไทย และทำให้ปัญหาการทำลายป่า การล่าสัตว์ ตลอดจนชีวิตและสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมากขึ้น
กว่า 3 ทศวรรษผ่านไป ชื่อของ “สืบ นาคะเสถียร” ยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติไทย และทุกวันที่ 1 กันยายนก็ยังเป็นวันที่ชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามว่า วันนี้เราดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าที่เขาพยายามปกป้องไว้ได้ดีเพียงใด
1 กันยายน ทำไมถึงเรียกว่า “วันสืบ นาคะเสถียร”?
เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิตที่บ้านพักภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันจากการทำงานอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดไม้ การล่าสัตว์ ปัญหาของชุมชนรอบพื้นที่ป่า ตลอดจนข้อจำกัดในการทำงานของเจ้าหน้าที่
การจากไปของเขากลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมหันมาสนใจปัญหาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังมากขึ้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา จึงมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงสืบ นาคะเสถียรในวันที่ 1 กันยายนของทุกปี โดยมีทั้งพิธีทำบุญ การวางพวงมาลา กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นิทรรศการ และกิจกรรมถ่ายทอดแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ไปยังคนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม คำว่า “วันสืบ นาคะเสถียร” ไม่ใช่ชื่อวันหยุดราชการ แต่เป็นวันที่สังคมและเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ใช้ร่วมกันเพื่อรำลึกถึงชีวิต การทำงาน และเจตนารมณ์ของเขา
สรุปข่าว
วันที่ 1 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่คนไทยจำนวนมากร่วมรำลึกถึง “สืบ นาคะเสถียร” นักอนุรักษ์และอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่าของประเทศไทย
วันที่ 1 กันยายนจึงมักถูกเรียกว่า “วันสืบ นาคะเสถียร” หรือ “วันรำลึกสืบ นาคะเสถียร” เนื่องจากเป็นวันที่เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 ณ บ้านพักในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสะเทือนต่อสังคมไทย และทำให้ปัญหาการทำลายป่า การล่าสัตว์ ตลอดจนชีวิตและสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางมากขึ้น
กว่า 3 ทศวรรษผ่านไป ชื่อของ “สืบ นาคะเสถียร” ยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติไทย และทุกวันที่ 1 กันยายนก็ยังเป็นวันที่ชวนให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามว่า วันนี้เราดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าที่เขาพยายามปกป้องไว้ได้ดีเพียงใด
1 กันยายน ทำไมถึงเรียกว่า “วันสืบ นาคะเสถียร”?
เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 สืบ นาคะเสถียร เสียชีวิตที่บ้านพักภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หลังจากต้องเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันจากการทำงานอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบตัดไม้ การล่าสัตว์ ปัญหาของชุมชนรอบพื้นที่ป่า ตลอดจนข้อจำกัดในการทำงานของเจ้าหน้าที่
การจากไปของเขากลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้สังคมหันมาสนใจปัญหาการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังมากขึ้น
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา จึงมีการจัดกิจกรรมรำลึกถึงสืบ นาคะเสถียรในวันที่ 1 กันยายนของทุกปี โดยมีทั้งพิธีทำบุญ การวางพวงมาลา กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม นิทรรศการ และกิจกรรมถ่ายทอดแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์ไปยังคนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม คำว่า “วันสืบ นาคะเสถียร” ไม่ใช่ชื่อวันหยุดราชการ แต่เป็นวันที่สังคมและเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ใช้ร่วมกันเพื่อรำลึกถึงชีวิต การทำงาน และเจตนารมณ์ของเขา
“สืบ นาคะเสถียร” คือใคร?
สืบ นาคะเสถียร เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ที่จังหวัดปราจีนบุรี สำเร็จการศึกษาจากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเริ่มรับราชการในกรมป่าไม้เมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยเลือกทำงานในกองอนุรักษ์สัตว์ป่า เพราะมีความสนใจในการทำงานด้านสัตว์ป่าโดยตรง
ต่อมาเขาได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน Conservation ที่ University of London ก่อนกลับมาทำงานด้านการอนุรักษ์ในประเทศไทยอีกครั้ง
ตลอดเส้นทางการทำงาน สืบมีบทบาททั้งด้านการวิจัยสัตว์ป่า การอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติ และการผลักดันประเด็นสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย
จากนักวิจัยสัตว์ป่า สู่หัวหน้าห้วยขาแข้ง
ในปี พ.ศ. 2532 สืบ นาคะเสถียร เข้ารับตำแหน่ง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
หน้าที่นี้ทำให้เขาต้องเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนมากกว่าการศึกษาสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว ทั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า การลักลอบตัดไม้ การล่าสัตว์โดยกลุ่มผู้มีอิทธิพล ความยากจนของชุมชนโดยรอบ รวมถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเผชิญระหว่างปฏิบัติหน้าที่
หนึ่งในแนวคิดที่สืบพยายามผลักดันคือการจัดการพื้นที่ “แนวกันชน” รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อสร้างพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับเขตอนุรักษ์ และลดแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับผืนป่าชั้นใน
แต่การแก้ปัญหาผืนป่าขนาดใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่คนใดคนหนึ่ง สืบจึงพยายามเรียกร้องให้หน่วยงานและสังคมหันมาให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้มากขึ้น
ทำไม “ห้วยขาแข้ง” จึงสำคัญ?
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย
พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด และมีระบบนิเวศที่มีความสมบูรณ์สูง การปกป้องห้วยขาแข้งจึงไม่ได้หมายถึงการรักษาต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการรักษาระบบนิเวศและพื้นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากไปพร้อมกัน
หลังการจากไปของสืบเพียงหนึ่งปี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ในปี ค.ศ. 1991 หรือ พ.ศ. 2534
ที่มาข้อมูล : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
ที่มารูปภาพ : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
