ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องถอดถอน “อนุทิน-พิพัฒน์” ปมกำกับนโยบายพลังงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องถอดถอน “อนุทิน-พิพัฒน์” ปมกำกับนโยบายพลังงาน

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าการแต่งตั้งให้กำกับดูแลด้านนโยบายพลังงานอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและขัดต่อคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าการแต่งตั้งนายพิพัฒน์ให้มีอำนาจกำกับดูแลนโยบายพลังงานและการบริหารจัดการด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ อาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเองและเครือญาติ อีกทั้งระบุว่าการดำเนินนโยบายด้านพลังงานส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาสูงขึ้น จนได้รับความเสียหาย พร้อมขอให้ศาลวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

สรุปข่าว

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ โดยเห็นว่าผู้ร้องไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง และไม่มีอำนาจยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดให้เป็นอำนาจของ ส.ส. ส.ว. หรือ กกต. เท่านั้น

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าการแต่งตั้งให้กำกับดูแลด้านนโยบายพลังงานอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนและขัดต่อคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าการแต่งตั้งนายพิพัฒน์ให้มีอำนาจกำกับดูแลนโยบายพลังงานและการบริหารจัดการด้านน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ อาจเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเองและเครือญาติ อีกทั้งระบุว่าการดำเนินนโยบายด้านพลังงานส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับราคาสูงขึ้น จนได้รับความเสียหาย พร้อมขอให้ศาลวินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ และให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงและเอกสารประกอบคำร้องยังไม่แสดงให้เห็นว่าผู้ร้องเป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงจากการแต่งตั้งดังกล่าว จึงไม่มีสถานะเป็นผู้เสียหายที่สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561

ศาลยังระบุว่า การขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 เป็นกระบวนการที่รัฐธรรมนูญกำหนดผู้มีสิทธิเข้าชื่อร้องไว้โดยเฉพาะ ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญในการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำสั่งเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

บรรณาธิการออนไลน์