
นายสมัย ละเลิศ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ในนามอิสระ เปิดเวทีปราศรัยย่อยช่วงเที่ยง บริเวณลานคนเมือง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรุงเทพมหานคร จัดพื้นที่ให้ผู้สมัครใช้หาเสียงได้ตามที่ร้องขอ โดยประกาศนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองในฝัน" ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง
นายสมัย กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กตัวน้อยในกรุงเทพฯ จึงต้องการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ค่าครองชีพของประชาชน โดยเสนอให้นำที่ดินว่างเปล่าของกรุงเทพมหานครมาใช้สร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนทำงาน ทั้งในรูปแบบซื้อและเช่า เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังเสนอนโยบายรองรับสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการจัดตั้งคอมมูนิตี้มอลสำหรับผู้สูงอายุใน 4 มุมเมือง เพื่อเป็นพื้นที่ทำกิจกรรม พบปะสังสรรค์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณ
ผู้สมัครอิสระหมายเลข 2 ยังกล่าวถึงงบประมาณของกรุงเทพมหานครที่มีประมาณ 90,000 ล้านบาท โดยเห็นว่าหากสามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างจริงจัง จะทำให้เงินงบประมาณถูกใช้เกิดประโยชน์สูงสุด มีเงินสะสมเพียงพอสำหรับนำไปเป็นหลักประกันการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อลงทุนในโครงการสาธารณะและสวัสดิการสำหรับประชาชน
พร้อมกันนี้ นายสมัยกล่าวถึงประเด็นการทุจริตในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า มีลักษณะที่เรียกว่า "การตีไก่" ซึ่งเกิดขึ้นในหลายขั้นตอนของกระบวนการดำเนินงาน และเป็นเรื่องที่คนในกรุงเทพมหานครรับทราบกันดี
สรุปข่าว
นายสมัย ละเลิศ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ในนามอิสระ เปิดเวทีปราศรัยย่อยช่วงเที่ยง บริเวณลานคนเมือง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรุงเทพมหานคร จัดพื้นที่ให้ผู้สมัครใช้หาเสียงได้ตามที่ร้องขอ โดยประกาศนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ภายใต้แนวคิด "กรุงเทพฯ เมืองในฝัน" ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง
นายสมัย กล่าวว่า ตนเป็นตัวแทนของคนตัวเล็กตัวน้อยในกรุงเทพฯ จึงต้องการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ค่าครองชีพของประชาชน โดยเสนอให้นำที่ดินว่างเปล่าของกรุงเทพมหานครมาใช้สร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนทำงาน ทั้งในรูปแบบซื้อและเช่า เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ ยังเสนอนโยบายรองรับสังคมผู้สูงอายุ ด้วยการจัดตั้งคอมมูนิตี้มอลสำหรับผู้สูงอายุใน 4 มุมเมือง เพื่อเป็นพื้นที่ทำกิจกรรม พบปะสังสรรค์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณ
ผู้สมัครอิสระหมายเลข 2 ยังกล่าวถึงงบประมาณของกรุงเทพมหานครที่มีประมาณ 90,000 ล้านบาท โดยเห็นว่าหากสามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตได้อย่างจริงจัง จะทำให้เงินงบประมาณถูกใช้เกิดประโยชน์สูงสุด มีเงินสะสมเพียงพอสำหรับนำไปเป็นหลักประกันการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม เพื่อลงทุนในโครงการสาธารณะและสวัสดิการสำหรับประชาชน
พร้อมกันนี้ นายสมัยกล่าวถึงประเด็นการทุจริตในกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า มีลักษณะที่เรียกว่า "การตีไก่" ซึ่งเกิดขึ้นในหลายขั้นตอนของกระบวนการดำเนินงาน และเป็นเรื่องที่คนในกรุงเทพมหานครรับทราบกันดี

นายสมัยยอมรับว่า การเอาชนะผู้ว่าฯ คนเดิมภายในระยะเวลาการหาเสียงเพียง 1 เดือนเป็นเรื่องไม่ง่าย พร้อมระบุว่า "เมื่อคนเก่ายังอยู่ในใจประชาชน ก็แสดงว่าประชาชนยังรักเขา" แต่ขอฝาก 3 คำถามถึงประชาชนชาวกรุงเทพฯ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดังนี้
- เหตุใดหลายโครงการของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันจึงมีการว่าจ้างที่ปรึกษาและศึกษาความเป็นไปได้โดยหน่วยงานเดิม คือ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นการจัดหางานให้บุคคลใกล้ชิดหรือไม่
- เหตุใดการจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครจึงล่าช้า พร้อมอ้างว่ามีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนสีผังเมืองและแนวเวนคืนบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของที่ดิน
- กรณีโครงการสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการประชาสัมพันธ์ว่าจะเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพ นายสมัยตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมโครงการอสังหาริมทรัพย์ของภาคเอกชนหรือไม่ พร้อมกล่าวอ้างถึงแนวคิดด้านฮวงจุ้ยที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้าง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อสังเกตที่นายสมัยหยิบยกขึ้นมาบนเวทีปราศรัย เป็นความคิดเห็นและข้อสงสัยของผู้สมัคร ซึ่งยังไม่มีการชี้ขาดหรือยืนยันข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือจากฝ่ายที่ถูกพาดพิง
