
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับ MEDEF International สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย รวมถึงผู้แทนภาคเอกชนฝรั่งเศสกว่า 38 บริษัท เข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสชั้นนำเข้าร่วมอย่างคึกคัก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย และถือเป็น “ช่วงเวลาแห่งการลงทุนในไทย” หรือ Moment to invest in Thailand เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
สรุปข่าว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือกับ MEDEF International สมาคมนายจ้างฝรั่งเศส พร้อมกล่าวปาฐกถาในกิจกรรม Exclusive Meeting with the Prime Minister of Thailand โดยมี นายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธาน MEDEF International และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย รวมถึงผู้แทนภาคเอกชนฝรั่งเศสกว่า 38 บริษัท เข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสชั้นนำเข้าร่วมอย่างคึกคัก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจไทย และถือเป็น “ช่วงเวลาแห่งการลงทุนในไทย” หรือ Moment to invest in Thailand เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอาเซียนและภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทย ทั้งด้านพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม อุตสาหกรรมการบินและศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ หรือ MRO อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เทคโนโลยีชีวภาพ ตลอดจนยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยมีจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงครบวงจร ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ ห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็ง รวมถึงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุนที่จูงใจนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับอุตสาหกรรมขั้นสูงและความร่วมมือด้านเทคโนโลยีระยะยาวในอนาคต
ในด้านพลังงาน รัฐบาลเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พร้อมอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้าถึงพลังงานหมุนเวียนได้ง่ายขึ้น รวมถึงผลักดันโครงการ Thailand FastPass เพื่อช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติและออกใบอนุญาตสำหรับโครงการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการผลักดันความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสู่การเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” โดยระบุว่า การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป หรือ FTA ไทย-EU จะช่วยเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ขณะที่กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานกฎหมายและระบบเศรษฐกิจของไทยให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ คณะผู้แทนจาก MEDEF International มีกำหนดเดินทางเยือนไทยในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศ
สำหรับการหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนฝรั่งเศสยังให้ความสนใจสอบถามนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทย ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม การเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการอนุรักษ์โบราณสถานและส่งเสริมวัฒนธรรม
ปัจจุบัน ฝรั่งเศสถือเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในสหภาพยุโรป โดยในปี 2568 การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่าเกือบ 4.2 พันล้านยูโร ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ได้รับคำขอส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสเกือบ 100 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 725 ล้านยูโร
- นายกฯ ดันแฟรนไชส์ไทยบุกยุโรป เร่ง FTA ไทย-EU หนุน Soft Power อาหารไทย
- รถ EV ไฟไหม้ได้อย่างไร ทำความเข้าใจที่มาทางเทคนิคเพื่อรับมืออย่างไม่ตระหนก !
- นายกฯ พอใจ GDP ไทยไตรมาสแรกโตต่อเนื่อง สะท้อนมาตรการรัฐบาลมาถูกทาง
- นายกฯ หารือทูตบังกลาเทศฯ เดินหน้าเชื่อมโยงคมนาคม-ความมั่นคงทางอาหาร
- นายกฯ ให้กำลังใจผู้บาดเจ็บเหตุรถไฟชนรถเมล์ กำชับเร่งดูแลรักษา-เยียวยาเต็มที่
บรรณาธิการออนไลน์
