TNN online "กินเผ็ด" ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักลด-ผอมเร็ว จริงหรือไม่

TNN ONLINE

TNN Fact Check

"กินเผ็ด" ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักลด-ผอมเร็ว จริงหรือไม่

กินเผ็ด ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญ ทำให้น้ำหนักลด-ผอมเร็ว จริงหรือไม่

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระบุการกินเผ็ดช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้น้ำหนักลด ผอมเร็ว เป็นข้อมูลเท็จ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน

วันนี้ (30พ.ย.64) ตามที่มีการให้ข้อมูล เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง กินเผ็ดช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้น้ำหนักลด ผอมเร็ว ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีข้อความที่หลายคนแชร์กันว่า การกินเผ็ดจะเป็นการเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำให้ผอมเร็วขึ้นจากสารแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริก ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ากินเผ็ด โดยพริกทำให้น้ำหนักลงได้

ซึ่งการกินพริกปริมาณมาก ๆ เพื่อหวังลดน้ำหนัก หรือเร่งการเผาผลาญไม่ควรทำ เพราะสารแคปไซซินในพริกทำให้ระคายเคืองเยื่อบุต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มการหลั่งกรดอาจจะทำให้แสบท้อง ท้องอืดและปวดท้องอีกด้วย

โดยพริกเป็นพืชที่มีรสเผ็ดร้อนเนื่องจากมีสารสำคัญ คือแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็น Pungent agent ทำให้ ระคายเคืองและแสบร้อน ปัจจุบันมีการนำสารแคปไซซินจากพริกมาใช้ประโยชน์ เช่น นำมาผลิตเป็นยาทาเฉพาะที่สำหรับบรรเทาอาการปวด บางสูตรตำรับพัฒนาเป็นลักษณะพลาสเตอร์ปิดทับผิวหนังซึ่งจะใช้ความเข้มข้นของสารแคปไซซินอยู่ที่ 0.025% – 0.25%

นอกจากนี้สารแคปไซซินยังถูกนำไปผลิตเป็นอาหารเสริมบรรจุในแคปซูล โดยอ้างสรรพคุณเพิ่มการเผาผลาญอีกด้วย แต่ยังไม่มีผลการศึกษาวิจัยยืนยันว่าช่วยลดน้ำหนักได้ ประกอบกับสารแคปไซซินที่ใช้ในการศึกษาวิจัยเป็นสารสกัดจากพริกและปริมาณที่ใช้ในการศึกษาเป็นปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่ใช้บริโภคเป็นอาหาร

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556


ข้อมูลจาก ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

ภาพจาก AFP