TNN ไทยติดกับดักหนี้! รายได้หดตัว-ส่งออกทรุด แนะรัฐเร่งปฏิรูป

TNN

TNN Exclusive

ไทยติดกับดักหนี้! รายได้หดตัว-ส่งออกทรุด แนะรัฐเร่งปฏิรูป

ไทยติดกับดักหนี้! รายได้หดตัว-ส่งออกทรุด แนะรัฐเร่งปฏิรูป

"ทางรอดเศรษฐกิจไทย! หอการค้าไทยชี้ต้องปฏิรูปภาษี-เพิ่มรายได้รัฐ"


ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การเงินและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยนายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านฐานะการคลังที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำกว่าเป้าหมาย และความไม่แน่นอนทางการเมือง นายอนุสรณ์แนะนำว่ารัฐบาลจำเป็นต้องก่อหนี้เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว


ความเสี่ยงด้านอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของประเทศ

แม้ว่าฐานะทางการคลังของประเทศไทยจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่นายอนุสรณ์ชี้ว่า หากรัฐบาลสามารถดูแลตัวชี้วัดทางการคลังต่างๆ ให้อยู่ในกรอบที่กำหนด เช่น สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่เกิน 70% สัดส่วนหนี้ต่างประเทศไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และจัดงบชำระหนี้คืนต้นเงินกู้ได้เพียงพอ ประเทศไทยก็จะยังไม่มีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือในอนาคตอันใกล้ สอดคล้องกับการประเมินล่าสุดของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Fitch Ratings และ Moody's ที่ยังคงให้อันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของประเทศไทยอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และมีมุมมองเชิงบวกต่อความสามารถในการบริหารจัดการหนี้ภาครัฐของไทย


ความจำเป็นในการก่อหนี้เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่ต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก ประกอบกับความสามารถในการส่งออกที่ลดลง และรายได้ท่องเที่ยวที่ไม่เพียงพอชดเชย ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องก่อหนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง นายอนุสรณ์เสนอแนะว่า หนี้ที่ก่อขึ้นควรเป็นหนี้เพื่อการลงทุน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนในการเพิ่มรายได้ประชาชาติในระยะยาว


แนวทางการปฏิรูปรายได้ภาครัฐ 

นอกเหนือจากการก่อหนี้เพื่อการลงทุนแล้ว นายอนุสรณ์ยังเน้นย้ำความสำคัญของการปฏิรูปรายได้ภาครัฐด้วย โดยมีข้อเสนอแนะหลายประการ ได้แก่

1. การผลักดันให้แรงงานในระบบมีรายได้สูงขึ้น เพื่อขยายฐานภาษี

2. การขยายฐานภาษีทรัพย์สิน

3. การยุบหรือแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ไม่จำเป็นต้องให้บริการโดยภาครัฐ

4. การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจขาดทุน เช่น รฟท. และ ขสมก. ให้กลายเป็นแหล่งรายได้

5. การเพิ่มนำส่งกำไรของรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่า 50% เข้าคลังให้ได้อย่างน้อย 1.8 แสนล้านบาทต่อปี ในระยะ 5 ปี  


นอกจากการเพิ่มรายได้แล้ว นายอนุสรณ์ยังเสนอให้รัฐสร้างฐานภาษีใหม่ที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย



ท่ามกลางความท้าทายจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องก่อหนี้อย่างระมัดระวังเพื่อใช้ในการบริหารประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจ และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องผลักดันการปฏิรูปรายได้ภาครัฐในหลายด้าน เพื่อให้มีรายได้เพียงพอในการบริหารประเทศและชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการหนี้และปฏิรูปรายได้ได้ดี ประเทศไทยก็จะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการคลังและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไปในอนาคต

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง