TNN ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา "กลไกแอนติคีเทรา" คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก

TNN

Tech

ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา "กลไกแอนติคีเทรา" คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก

ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา กลไกแอนติคีเทรา คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก

นักวิจัยสก็อตแลนด์ไขความลับ กลไกแอนติคีเทรา (The Antikythera Mechanism) อายุประมาณ 2,200 ปี เปิดเผยความน่าทึ่งของช่างฝีมือชาวกรีกโบราณ

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ ได้ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ของเบย์ รวมถึงใช้เทคนิคที่ใช้กับเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วง เพื่อเปิดเผยความลับของ กลไกแอนติคีเทรา (The Antikythera Mechanism) ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2 ศตวรรษก่อนคริสตศักราช หรือมีอายุประมาณ 2,200 ปี และถือเป็นคอมพิวเตอร์เชิงกลที่เก่าแก่ที่สุดในโลก


ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา กลไกแอนติคีเทรา คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก แบบจำลอง Antikythera Mechanism 


ในปี 1901 นักดำน้ำพบกลไกแอนติคีเทราในซากเรืออับปาง ใกล้เกาะแอนติคีเทรา ทะเลอีเจียน ประเทศกรีซ มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 82 ชิ้น ถูกกัดกร่อนจนสภาพไม่สมบูรณ์ บรรจุอยู่ในกล่องขนาดประมาณ 30 เซนติเมตร มีวงแหวนด้านนอกที่เชื่อมต่อกับฟันเฟืองด้านในจำนวนมากที่ทำงานสัมพันธ์กัน นับจากค้นพบนักวิจัยก็พยายามศึกษาว่ามันทำงานอย่างไร


กลไกแอนติคีเทราถือเป็นคอมพิวเตอร์แอนาล็อกชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยมือ สร้างขึ้นมาเพื่อทำนายสุริยุปราคาและคำนวณตำแหน่งทางดาราศาสตร์ของดาวเคราะห์ และคาดว่ามันสามารถวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำโดยไม่มีกลไกในยุคสมัยเดียวกันสามารถเทียบเคียงความสามารถนี้ได้เลย


ในปี 2020 มีการถ่ายภาพเอ็กซ์เรย์ของวงแหวนวงหนึ่งของกลไกแอนติคีเทราที่เรียกว่า วงแหวนปฏิทิน ทำให้เห็นรายละเอียดใหม่ ๆ ว่ารูบนวงแหวนนั้นมีการเว้นระยะห่างอย่างสม่ำเสมอกัน แต่เนื่องจากวงแหวนหักจึงยังไม่ทราบว่าแหวนมีทั้งหมดกี่รู แต่การวิเคราะห์เบื้องต้นของคริส บูดิลิช (Chris Budiselic) นักวิจัยจากประเทศกรีซและทีมคาดว่าอาจจะมีจำนวนรูอยู่ระหว่าง 347 - 367

ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา กลไกแอนติคีเทรา คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก


ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา กลไกแอนติคีเทรา คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก

ไขความลับ 2,000 ปี นักวิจัยใช้คลื่นความโน้มถ่วงเพื่อศึกษา กลไกแอนติคีเทรา คอมพิวเตอร์เชิงกลเครื่องแรกของโลก


และล่าสุด นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ประเทศสก็อตแลนด์ ก็ได้ศึกษาเพิ่มเติม โดยใช้ 2 วิธีหลัก คือ 


วิธีที่ 1. ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ของเบย์ (Bayesian Analysis) ซึ่งเป็นเทคนิคการหาความน่าจะเป็นโดยอาศัยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ได้ใช้ตำแหน่งข้อมูลของรูที่มีอยู่ และการวางตัวของชิ้นส่วนทั้ง 6 ชิ้น 


วิธีที่ 2. ได้ใช้เทคนิคการสร้างแบบจำลองทางสถิติ ที่ปกติใช้กับเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วง LIGO (Laser Interferometer Gravitational-Wave Observatory) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจจับสัญญาณที่เอาไว้วัดระลอกคลื่นเล็ก ๆ ในกาลอวกาศ (Spacetimes หรือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่รวม 3 มิติของพื้นที่ เข้ากับอีกหนึ่งมิติของเวลา) ที่เกิดจากเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ เช่น การชนกันของหลุมดำ นักวิจัยได้ปรับเทคนิคนี้เพื่อสร้างแบบจำลองขึ้นมา ผลลัพธ์พบว่าวงแหวนน่าจะมีรู 354 หรือ 355 รูตามปฏิทินจันทรคติของกรีก มากกว่าจะมีรู 365 รูตามปฏิทินอียิปต์ รูเหล่านี้กระจายอยู่ในวงแหวนรัศมี 77.1 มิลลิเมตร 


นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยให้เห็นฝีมืออันน่าทึ่งของช่างกรีกโบราณ เพราะงานชิ้นนี้ปราณีต และมีการจัดวางต่าง ๆ อย่างแม่นยำมาก


ดร. โจเซฟ เบย์ลีย์ (Joseph Bayley) นักวิจัยที่สถาบันวิจัยแรงโน้มถ่วงของมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ และเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยนี้บอกว่า “งานวิจัยก่อนหน้านี้บอกแนวโน้มว่า วงแหวนปฏิทินนี้น่าจะติดตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเทคนิค 2 วิธีที่เรานำมาศึกษาครั้งนี้ก็อาจจะช่วยยืนยันแนวโน้มนี้ได้อย่างมาก ในขณะเดียวกันผมก็ชื่นชมกลไกแอนติคีเทราอย่างมาก เพราะมันแสดงถึงความเอาใจใส่ของช่างฝีมือชาวกรีกในการสร้างกลไกนี้ ความแม่นยำของการวางตำแหน่งรูซึ่งต้องใช้เทคนิคการวัดที่มีความแม่นยำสูง และใช้มือที่นิ่งอย่างมากในการเจาะรูเหล่านี้”


ศาสตราจารย์เกรแฮม วาน (Graham Woan) ศาสตราจารย์คณะฟิสิกส์และดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ และเป็นหนึ่งในผู้เขียนวิจัยนี้ กล่าวว่า “มันสอดรับกันมาก เราได้ปรับเทคนิคที่เราใช้ในการศึกษาจักรวาลในยุคปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่คนเมื่อ 2,000 ปีก่อนเฝ้ามองท้องฟ้า”


“เราหวังว่าการค้นพบของเราเกี่ยวกับกลไกแอนติคีเทรา จะช่วยให้เราเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าอุปกรณ์ที่น่าทึ่งนี้ถูกสร้างขึ้นและใช้งานโดยชาวกรีกอย่างไร”


งานวิจัยนี้ตีพิพิมพ์ในวารสาร Horological Journal ฉบับเดือนกรกฎาคม 2024


ที่มาข้อมูล GLA, Futurism, BHI

ที่มารูปภาพ Nature

ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง