TNN online รัสเซียเคลมสร้าง “ตอร์ปิโดโพไซดอน”​ สุดยอดตอร์ปิโดนิวเคลียร์ได้สำเร็จ

TNN ONLINE

Tech

รัสเซียเคลมสร้าง “ตอร์ปิโดโพไซดอน”​ สุดยอดตอร์ปิโดนิวเคลียร์ได้สำเร็จ

รัสเซียเคลมสร้าง “ตอร์ปิโดโพไซดอน”​ สุดยอดตอร์ปิโดนิวเคลียร์ได้สำเร็จ

รายงานข่าวจากรัสเซียอ้างว่าทางกองทัพสามารถสร้างตอร์ปิโดพลังงานนิวเคลียร์สำหรับเรือดำน้ำได้สำเร็จ โดยจะติดตั้งภายในปี 2027 นี้

ตอร์ปิโด (Torpedoes) อาวุธนำวิถีโจมตีใต้น้ำที่ใช้ในสงครามทางเรือโดยส่วนใหญ่มักถูกปล่อยจากเรือดำน้ำเป็นหลัก แม้ว่าปัจจุบันประเทศมหาอำนาจทางการทหารหลายประเทศจะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ แต่การมีตอร์ปิโดที่ใช้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์นั้นเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า ล่าสุดประเทศรัสเซียได้อ้างว่าสามารถพัฒนาตอร์ปิโดขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ได้สำเร็จเป็นชาติแรก โดยใช้ชื่อว่า โพไซดอน (Poseidon)


รายงานข่าวดังกล่าวอ้างจากสำนักข่าวรัสเซีย (TASS) ซึ่งเป็นสำนักข่าวของรัฐบาลรัสเซีย อ้างว่าตอร์ปิโดรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ถูกพัฒนามาก่อนหน้าในนี้โครงการที่มีชื่อว่า สเตตัส-6 (Status-6) มีความยาวตลอดลำอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์พลังงานนิวเคลียร์ขนาด 15 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่นั้นคาดว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าเรือดำน้ำไร้คนขับ (UUV: Unmanned Underwater Vehicle) ทั่ว ๆ ไปที่ติดตั้งบนเรือดำน้ำ 


ตอร์ปิโดโพไซดอน (Poseidon) สามารถทำความเร็วสูงสุด 100 นอต หรือ 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดำได้ลึกสุด 3,280 ฟุต หรือประมาณ 1 กิโลเมตร ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางไกลก่อนเข้าโจมตีเป้าหมายที่กำหนด ติดตั้งหัวรบระเบิดแบบธรรมดาและหัวรบนิวเคลียร์ โดยแรงระเบิดอาจสามารถสร้างคลื่นยักษ์ระดับเดียวกันกับคลื่นสึนามิ (Tsunami Wave) ทำลายเมืองชายฝั่งได้ โดยตอร์ปิโดโพไซดอน (Poseidon) คาดว่าจะถูกติดตั้งอยู่บนเรือดำน้ำเบลโกร็อด (Belgorod) เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบันของรัสเซียต่อไป


อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวตะวันตกนั้นไม่เชื่อว่าข่าวนี้จะเป็นความจริงเท่าใดนัก โดยคาดว่าเป็นเพียงอีกหนึ่งการประชาสัมพันธ์ (Propaganda) ของเครมลินเท่านั้น ในขณะที่รายงานข่าวของสำนักข่าวรัสเซีย (TASS) ระบุว่าตอร์ปิโดโพไซดอน (Poseidon) จะนำไปติดตั้งสำหรับภารกิจพิเศษของกองทัพเรือรัสเซียภายในปี 2027 



ที่มาข้อมูล Interesting Engineering

ที่มารูปภาพ Wikipedia

ข่าวที่เกี่ยวข้อง