ทำเนียบวุ่น! 6 รัฐมนตรี ลากักตัวโควิด-19 เปลี่ยนประชุม ครม. ผ่านคอนเฟอเรนซ์

TNN ONLINE

การเมือง

ทำเนียบวุ่น! 6 รัฐมนตรี ลากักตัวโควิด-19 เปลี่ยนประชุม ครม. ผ่านคอนเฟอเรนซ์

ทำเนียบวุ่น! 6 รัฐมนตรี ลากักตัวโควิด-19 เปลี่ยนประชุม ครม. ผ่านคอนเฟอเรนซ์

ครม.ปรับแผนประชุมผ่านคอนเฟอเรนซ์แทน หลังมีรัฐมนตรี 6 คน ลากักตัว เนื่องจากมีความเสี่ยงใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ด้าน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ห้ามสื่อมวลชนใกล้ชิดรัฐมนตรีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่อาคารรัฐสภา

วันนี้ (7 เม.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ภายหลังรัฐมนตรีหลายคนลากัก ตัว 14 วัน โดยในวันที่ 7 เม.ย. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุม ครม.ตามปกติ แต่จะเปลี่ยนเป็นการประชุมทางไกลผ่านระบบ VTC ที่ตึกบัญชาการ และจะมีการแถลงข่าวผ่านไลฟ์สดทางเพจเฟซบุ๊ก "ไทยคู่ฟ้า" แทน หลังจากที่มีรัฐมนตรี 6 คน ลากักตัว เนื่องจากมีความเสี่ยงใกล้ชิดผู้ติดเชื้อโควิด-19

"นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า ไม่ใช่รัฐมนตรีที่เดินทางไปในย่านทองหล่อตามที่มีกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ ขณะนี้ร่างกายแข็งแรงดี และได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 โดสแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้หยิบยกมาพูดคุยกับในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะว่าตั้งแต่มีกระแสข่าวดังกล่าว ยังไม่ได้มีการประชุม ครม. และไม่ทราบว่าใครไปปล่อยข่าวหรือ มีเจตนาอย่างไร

นอกจากนี้ จำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เริ่มจากวันที่ 7 เม.ย.นี้เป็นต้นไป จะทำหน้าที่อยู่ที่บ้านพัก เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน้าห้องทำงานตรวจพบเชื้อโควิดในวันที่ 6 เม.ย. และรายงานให้ตนทราบในทันที เมื่อทราบเรื่องดังกล่าวจึงรีบไปตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยไม่พบเชื้อแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม จึงจำเป็นต้องกักตัว 14 วันตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข และลาการประชุม ครม.ในวันที่ 7 เม.ย.ด้วย

ด้าน "น.ส.ตรีนุช เทียนทอง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนเป็นต้นไป ตนจะหยุดปฏิบัติภารกิจที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เนื่องจากตนได้รับแจ้งจากผู้ที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับตนที่ได้รับตำแหน่ง รมว.ศธ. ติดเชื้อโควิด-19 เพราะเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนเปิดบ้านที่จังหวัดสระแก้วต้อนรับบุคคลที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดี ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จึงขอหยุดการทำงานที่ ศธ.และทำการกักตัว พร้อมกับไปตรวจคัดกรองแบบ Swab หรือ PCR ที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ตนจะปฏิบัติงานและสั่งงานด้วยระบบ Zoom แทน โดยเป็นการ Work from Home อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการรอผลตรวจ Swab จากทางโรงพยาบาล

ขณะเดียวกัน "นายวิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องที่ น.ส.ตรีนุชแจ้งขอกักตัวแล้ว ไม่มีอะไร ระหว่างที่ตนประชุมร่วมกับ น.ส.ตรีนุช ได้ใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอด หลังจากนี้จะไปทำการตรวจหาเชื้อโควิด และได้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวแล้ว ทางแพทย์ระบุว่ายังไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่เห็นว่าช่วงนี้ไม่มีภารกิจอะไรมาก มีเพียงการประชุม ครม. และใกล้วันหยุดยาวสงกรานต์ เพื่อให้มั่นใจ โดยจะลาประชุม ครม.วันที่ 7 เม.ย. จะทำงานจากที่บ้านหรือเวิร์กฟรอมโฮม และขอกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เปิดมาหลังสงกรานต์กลับมาทำงานได้พอดี

"คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยว่า แม้ตนจะมีความเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อ และได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1 เข็ม แต่ได้ปรึกษาแพทย์แล้ว โดยแพทย์แนะนำให้ไปตรวจหาเชื้อโควิด ดังนั้นจึงลาประชุม ครม. ในวันที่ 7 เม.ย. ส่วนจะต้องกักตัวหรือไม่ รอให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา

ส่วน "นางกนกวรรณ วิลาวัลย์" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้ขอลาการประชุม ครม. และวันที่ 7 เม.ย. จะเดินทางไปตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ที่โรงพยาบาลด้วย โดยจะถามแพทย์ด้วยว่าต้องกักตัวเป็นเวลากี่วัน

ขณะที่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แจ้งว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ขณะนี้มีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดดังกล่าว จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกท่าน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการทำข่าวใกล้ชิดกับคณะรัฐมนตรีหรือบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และมีความประสงค์จะเข้ามาทำข่าว ณ อาคารรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ขอความร่วมมือให้เฝ้าระวังกักตัวเพื่อติดตามอาการและให้สื่อมวลชนท่านอื่นมาปฏิบัติหน้าที่ทำข่าว ณ อาคารรัฐสภาแทน

ทั้งนี้เพื่อเป็นการปฏิบัติตามมาตรการการเข้า-ออกอาคารรัฐสภาในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา2019 ที่สำนักงานฯได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องด้วยความห่วงใย อย่างยิ่งรวมทั้งได้เพิ่มความเข้มข้น ให้มากยิ่งขึ้น