TNN แถลงด่วน! "ฝีดาษลิง" รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ

TNN

ภูมิภาค

แถลงด่วน! "ฝีดาษลิง" รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ

แถลงด่วน! ฝีดาษลิง รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ

สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต แถลงยอมรับว่าผู้ติดเชื้อ "ฝีดาษลิง" ที่พบรายแรกในประเทศไทยได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของทางการ แต่ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก เพราะติดต่อกันยาก ตร.เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ

จากกรณีผู้ป่วยชาวไนจีเรีย ซึ่งเข้ารักษาใน รพ.แห่งหนึ่ง ได้หนีออกจาก รพ. ช่วงกลางคืน โดยได้ขับรถยนต์สีขาว ในการหลบหนี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 ก.ค.65) เมื่อเวลา 11.20 น. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สสจ.ภูเก็ต พล.ต.ต.เสริมพันธุ์ ศิริคง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการสอบสวนโรค "ฝีดาษลิง" หลังพบนักท่องเที่ยวชาย ชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต มีการติดเชื้อ

นพ.กู้ศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.65 นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรียคนดังกล่าวได้ไปตรวจที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต หลังจากมีไข้ ไอ จามและมีตุ่มหนองที่ผิวหนัง จากนั้นได้มีการเจาะเลือดส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการ รพ.จุฬาฯ และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรุงเทพฯ 

แถลงด่วน! ฝีดาษลิง รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ ภาพจาก ผู้สื่อข่าว จ.ภูเก็ต

โดยนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวได้กลับไปกักตัวรอดูอาการที่คอนโดมิเนียมในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จนกระทั่งผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการ รพ.จุฬาออกมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.และผลตรวจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกมาในวันที่ 19 ก.ค.ปรากฎว่าติดเชื้อฝีดาษลิง 

จากนั้นทีมสอบสวนโรคได้ติดตามประสานงานกับนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว เพื่อให้เข้ามารักษาตามขั้นตอน เบื้องต้นนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวอ้างว่าได้เข้ามา จ.ภูเก็ตเมื่อเดือน พ.ย.65 จนถึงปัจจุบัน มีประวัติเสี่ยงชอบเที่ยวสถานบันเทิงและมีเพศสัมพันธุ์กับหญิงสาว

เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 9 ก.ค.65 ที่อวัยวะเพศมีตุ่มหนอง เข้าตรวจ 16 ก.ค.65 เจาะเลือดส่งตรวจห้องปฏิบัติการ 2 แห่ง ไม่ได้นอน รพ.ตัว และรักษาแบบผู้ป่วยนอก แนะนำให้กักตัวที่คอนโดมิเนียมที่พัก จนวันที่ 18 ก.ค.65 ช่วงเย็นผลออกจากห้องปฏิบัติการแรก ติดต่อนักท่องเที่ยวคนดังกล่าว โดยเจ้าตัวจะเข้ามาทำการรักษาที่ รพ.เอกชน แต่สุดท้ายปิดโทรศัพท์ 

จากนั้น สสจ.ภูเก็ตประสาน ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตตรวจสอบ จนพบว่าออกจากคอนโดมิเนียมในพื้นที่ ต.กะทู้ อ.กะทู้ในช่วงค่ำวันที่ 19 ก.ค.65 แล้วหายตัวไป จนมาพบตัวอีกครั้งในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ในวันถัดมา โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ และหายตัวไปอีกครั้งในเวลาต่อมา หลังเจ้าตัวนำกุญแจห้องพักมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์

นพ.กู้ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสอบสวนโรคเริ่มมาตั้งแต่ 19 ก.ค.65 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ไปสอบสวนโรคที่คอนโดมิเนียมแห่งแรกที่ผู้ป่วยพัก จนพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 รายเป็นชาวไนจีเรีย 

จากนั้นสอบสวนโรคที่คลินิกที่ผู้ป่วยไปตรวจโรคครั้งแรกก่อนเข้าไปตรวจที่ รพ.เอกชนในเวลาต่อมา ไม่พบผู้เสี่ยงสัมผัสสูง ส่วนรถหรือยานพาหนะที่ผู้ป่วยโดยสารจากคอนโดมิเนียมไปยังที่พักในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนโรค 

โดยยังพบผู้เสี่ยงสูงตามสถานที่ต่างๆ อีก 142 คน เช่น สถานบันเทิง มีอาการไข้ไอ 5 คนและที่พักผู้ป่วยอีก 2 คน เจาะเลือด เพาะเชื้อ ผลออกไม่พบเชื้อ ขณะเดียวกันการสอบสวนโรคจะย้อนกลับไปอีก 2 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป 

แถลงด่วน! ฝีดาษลิง รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ ภาพจาก ผู้สื่อข่าว จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ การติดต่อจะต้องเป็นแบบเนื้อแนบเนื้อ ไอจามใส่หน้าเต็มๆ ถึงจะติดเชื้อกันได้ สายพันธุ์เอ 2 หรือเวสแอฟริกา ไม่รุนแรงและไม่อันตราย

สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก เพราะการติดต่อกันค่อนข้างยาก และสายพันธุ์ที่พบไม่ได้มีอาการุนแรง ฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัส คล้ายสุกใส มีตุ่มหนอง การติดเชื้อเกิดจากการสัมผัส ตุ่มหนอง ติดยากกว่าสุกใส ซึ่งผู้ป่วยแพร่เชื้อได้ในช่วงมีตุ่ม มีแผลตุ่มหนอง

ส่วนเรื่องการรักษาคนไข้ยังไม่มียารักษา รักษาแบบประคับประคอง ขณะที่ การปลูกฝีนั้น ในประเทศไทยได้มีการปลูกฝีมาแล้ว โดยผู้ที่เกิดก่อนปี 2523 ได้รับการปลูกฝีไปแล้ว ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อน้อย

แถลงด่วน! ฝีดาษลิง รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ

ภาพจาก กรมควบคุมโรค

ด้าน พล.ต.ต.เสริมพันธ์ ศิริคง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่านักท่องเที่ยวรายดังกล่าวพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมใน ต.กะทู้ อ.กะทู้ จึงส่งทีมเฝ้า จนพบว่าออกจากคอนโด 19 ก.ค.65 ไปยังพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จนมีการประสานเจ้าตัว จนมีการนัดหมายกันในวันที่ 19 ก.ค.แต่สุดท้ายไม่มาตามนัด โดยจะไปที่ รพ.เอกชนเอง แต่สุดท้ายไม่มา 

จากนั้นได้บูรณการทีมงาน จนพบพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จนช่วงค่ำวันที่ 20 ก.ค.นำกุญแจมาวางไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเดินหายออกจากโรงแรมไป ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบขึ้นรถยนต์ไปทางพื้นที่ ต.กมลา อ.กะทู้และไปยัง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง แต่เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ด่านตรวจภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ยังไม่พบรถคันดังกล่าวออกจากด่านหรือผ่านด่านออกไป และยังไม่พบการเดินทางออกนอกประเทศเช่นกัน

"เบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยได้เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 ต.ค.2564 และเข้ามาอาศัยอยู่ที่คอนโดฯ ใน อ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ตั้งแต่ พ.ย.ปี 2564 โดยเชื่อว่ายังไม่ออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม ขอประชาสัมพันธ์ให้รถรับจ้างที่ได้รับผู้ป่วยรายนี้ 18 ก.ค.เย็นให้มาติดต่อโรงพยาบาล เฝ้าดูอาการ ใครมีไข้ ผื่นขึ้น ตุ่มหนองให้รีบพบแพทย์ หรือเข้ามารายงานตัวกับแพทย์ที่รพ.ด้วย" ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ระบุ

แถลงด่วน! ฝีดาษลิง รายแรกของไทยที่ภูเก็ต ยังไม่พบตัว เชื่อยังไม่ออกนอกประเทศ ภาพจาก ผู้สื่อข่าว จ.ภูเก็ต

ขณะที่ นพ.วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต ยืนยันผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงรายแรกดังกล่าวยังไม่ได้เข้ามารักษาตัวที่ รพ.วชิระภูเก็ต แล้วหลบหนีออกไปจาก รพ.แต่อย่างใด 

จ.ภูเก็ตเป็นเหมือนประตูเมืองของนานาชาติ จึงอาจมีการติดเชื้อดังกล่าวจากต่างประเทศได้ตลอดเวลา โรคฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสคล้ายอีสุกอีใส ติดเชื้อจากการสัมผัสตุ่มหนองที่ขึ้นตามผิวหนังหรือการหายใจใส่กัน โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นเวสแอฟริกา จัดว่าไม่รุนแรงหรือกับอีกสายพันธ์ุที่ระบาดในแอฟริกา โดยจะมีอาการระหว่าง 5-7 วันในการฟักตัว.



ภาพจาก กรมควบคุมโรค

ข่าวแนะนำ