
สรุปข่าว
วันนี้ (19 ก.ย.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมข้อมูลเสนอที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ในวันที่ 23 กันยายน นี้ เพื่อพิจารณาแผนการเปิดประเทศเพิ่มอีก 5 จังหวัด ตามที่ได้วางแผนไว้ในระยะที่ 2 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง และ อ.สัตหีบ ชะอำ จ. เพชรบุรี หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ. เชียงใหม่ ในพื้นที่ อ.เมือง แม่แตง แม่ริม และ ดอยเต่า ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564
โดยในส่วนของกรุงเทพมหานครเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปประมาณร้อยละ 90 แต่เข็มที่ 2 ฉีดเพียงร้อยละ 37 เบื้องต้นประเมินว่า ประมาณวันที่ 22 ตุลาคมนี้ จะสามารถฉีดเข็ม 2 ให้ครอบคลุมจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานคร ได้ถึงร้อยละ70 แต่หากสามารถเร่งการฉีดวัคซีนให้เร็วขึ้น ก็จะสามารถเปิดกรุงเทพมหานครได้เร็วขึ้น โดยหากเร่งฉีดเข็ม 2 ได้ครบร้อยละ 70 ในวันที่ 5 ตุลาคม ก็สามารถเปิดเมืองได้ในวันที่ 15 ตุลาคม
ทั้งนี้ จะต้องนำแผนดำเนินงานเข้าหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับวัคซีนให้เร็วขึ้น พร้อมทั้งหารือคณะกรรมการวิชาการฯ ทางด้านสาธารณสุขด้วยซึ่งในวันที่ 22 กันยายนนี้ ททท.จะมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชนในกรุงเทพมหานคร เพื่อหาแนวทางร่วมกันต่อไป
ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินเบื้องต้นว่า หากกรุงเทพฯ เปิดตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคมนี้ คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯราว 100,000-150,000 คนต่อเดือน หรือร้อยละ 3-5 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯในช่วงปกติที่ไม่มีโควิด-19
โดยเฉลี่ยนักท่องเที่ยวแต่ละคนจะใช้เวลาท่องเที่ยว 8-10 วันต่อทริป ค่าใช้จ่ายต่อหัว 50,000 บาท และจากนโยบายนี้จะทำให้มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวไตรมาส 4 ช่วงตุลาคม-ธันวาคม หรือ 2 เดือนครึ่ง ราว 20,000-30,000 ล้านบาท สามารถกระตุันเศรษฐกิจได้ร้อยละ 0.1-0.2 จะส่งผลให้อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจปี 64 อยู่ใกล้กรอบร้อยละ 1
แต่ทั้งนี้ ต้องติดตามนโยบายความพร้อมของกรุงเทพมหานครว่าจะเปิดวันไหน และยังคงต้องติดตามตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
ภาพจาก TNN ONLINE
- โควิด NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในไทยแล้ว มีแนวโน้มมากขึ้น
- วัคซีนโควิด-19 ไม่ถูกถอดจากรายชื่อวัคซีนแนะนำในสหรัฐฯ
- โควิด-19 ระบาดหลายภูมิภาค! "สายพันธุ์ NB.1.8.1" แพร่กระจายเร็ว อย่าชะล่าใจ
- สถานการณ์โควิดป่วยสะสมพุ่ง 2.5 แสนราย สายพันธุ์ NB.1.8.1 ระบาดแรง
- กรมวิทย์ฯ คาดโควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 กลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทยและทั่วโลก
- “หมอยง” เปิดข้อมูลโควิดสายพันธุ์ล่าสุดที่พบในกทม. ติดต่อง่าย แพร่กระจายเร็ว
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand