เปิด 3 แนวทางเร่งด่วน ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

Share on Line Share on Facebook Share on X

สรุปข่าว

วันนี้ (23 ก.ค.64) บรรดาแพทย์ต่างเห็นไปในแนวทางเดียวกันถึงการตัดวงจรการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต้องใช้วิธีปูพรมตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทุกคน ซึ่งสามารถตรวจด้วยตัวเองด้วยวิธีการตรวจแบบ Antigen Test Kit เพราะจะทำให้กลุ่มผู้ติดเชื้อถูกแยกออกมาจากสังคม ซึ่งมีต้นแบบอย่างเมืองโว (Vo) เมืองเล็กๆ ของประเทศอิตาลีที่ทำสำเร็จ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการให้ยาสำหรับผู้ป่วยโควิด เพื่อไม่ให้ป่วยหนัก ลดภาระของแพทย์ในโรงพยาบาล รวมทั้งปัจจัยการจำกัดคน- เว้นระยะห่าง ซึ่งต้องพร้อมใจปฏิบัติเหมือนกันทั่วประเทศ โดยต้องคิดว่า "ทุกคนเป็นพาหะนำโรคได้"

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

กลุ่มแพทย์เสนอทางออกประเทศไทยกับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 โดยวิธีแรก คือ Rapid test ทุกคนจะเข้าถึงการตรวจในราคาไม่แพง รอไม่นาน ทำได้ทุกที่ เพื่อที่จะควบคุมโรคได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากตั้งรับรอผู้ป่วยเดินเข้ามาอย่างเดียวจะไม่ทันการ

ซึ่งวิธีนี้ ประเทศอิตาลี พิสูจน์แล้วว่า "ตรวจเยอะกว่า ตรวจเร็วกว่า ตายน้อยกว่า" มีต้นแบบทำสำเร็จ ที่เมืองโว (Vo) ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเวนิส มีประชากรประมาณ 3,400 คน ใช้การตรวจหาผู้ติดเชื้อแบบ Mass Testing หรือปูพรม ผู้อยู่อาศัยทุกคนแม้ว่าจะไม่แสดงอาการ 

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปาดัว ที่เก็บข้อมูล พบ ผู้ป่วยจำนวน 89 คนที่มีผลตรวจเป็น positive คิดเป็นจำนวน 3% ของจำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมด ทำให้สามารถกักตัวประชากรก่อนที่พวกเขาจะแสดงอาการป่วย และทำให้สกัดการแพร่กระจายของเชื้อได้ จากแนวทางนี้ทำให้เราสามารถหยุดเชื้อไวรัสในเวลาต่ำกว่า 14 วัน  

ผ่านไป 10 วัน ได้ทำการตรวจแบบ Mass Testing อีกครั้ง พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงเหลือเพียงแค่ 6 คน คิดเป็น 0.3% ของจำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมด เท่ากับจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงไปถึง 90% และไม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม 

จากการปูพรมตรวจทำให้ พบว่า ผู้ติดเชื้อร้อยละ 75 ที่ไม่แสดงอาการ ทำให้ผู้ติดเชื้อเหล่านั้นไม่คาดคิดว่าตนเองติดเชื้อ

ดังนั้น แพทย์หลายคนมองว่ามาตรการล็อกดาวน์ ณ เวลานี้จะไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเชื้อกระจายไปทั่วประเทศและเกือบทุกหย่อมหญ้าแล้ว เจ็บแต่น่าจะไม่จบ เพราะยังไม่สามารถแยกผู้ที่มีเชื้อออกจากชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเปิดเมืองอีกครั้ง คนที่ยังมีเชื้อก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้อย่างต่อเนื่องให้แก่ชุมชน  

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

ปัจจัยที่ 2 คือ "ยารักษาโควิด-19" เมื่อค้นหาผู้ติดเชื้อได้มากขึ้นแล้ว รักษาเร็วก็จะช่วยลดความต้องการเตียงในรงพยาบาล ดังนั้น "จึงต้องให้ยาโดยเร็ว" อย่ารอให้มีอาการรุนแรง เช่น ปอดบวมค่อยให้ เพราะนอกจากจะช่วยชีวิต อาจจะช่วยลดจำนวนคนไข้ที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังช่วยให้ระบบมีเตียงเพียงพอ สามารถคุมโรคได้

ส่วนกลุ่มที่อาการไม่รุนแรง รักษาอยู่บ้าน เข้าสู่ Home isolation ใช้เทคโนโลยี 5G เชื่อมต่อ tele medicine ให้แพทย์ พยาบาลสอบถามอาการ แนะนำการรักษาเบื้องต้น

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19ปัจจัยที่ 3 "ต้องยึดหลัก Social distancing" เว้นระยะห่างกันทุกคน และรัฐสนับสนุนอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เก็บตัว และทำงานอยู่กับบ้าน เรื่อง สาธารณูปโภค ยา ปรับกฎหมาย ค่าจ้าง หรือ สนับสนุนแพลตฟอร์มการทำงาน การนัดหมายพบปะกับหน่วยงานราชการ และป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19

ด้าน นพ.อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์ รองคณบดีฝ่ายสารสนเทศคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เตือนใจให้คิดว่า ทุกคนเป็นพาหะนำโรคได้ ดังนั้น ต้องใช้วิธีป้องกันไม่ให้คน นำโรคไปติดคนอื่น ซึ่งเป็นมาตรการที่ถูกต้องที่สุด

ขณะเดียวกันก็ป้องกันไม่ให้รับโรค และเป็นพาหะ เปรียบเหมือน "ยุงลาย" ที่นำไข้เลือดออก จึงต้องกำจัดยุงลาย ส่วนคนต้องใช้การจำกัดคน เชื้อไวรัสจะแพ้คน เพราะอยู่ในพาหะได้แค่ 14-29 วันเท่านั้น หากคนไม่ตาย ไวรัสก็ตาย เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันตัดวงจร

ส่วนวัคซีน สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวงจร สิ่งสำคัญ คือ คนไทยทุกคนต้องพร้อมใจ ทำพร้อมกันทั้งประเทศช่วยกัน จะช่วยหยุดการเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกรมควบคุมโรค เผยว่าขณะนี้พบผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด มีอัตราติดเชื้อร้อยละ 11.83 หรือใน 100 คน มีโอกาสที่จะติดเชื้อ 12 คนนั่นเอง.

เปิด 3 แนวทาง ตัดวงจรระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ