พบวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพสำหรับวัยรุ่น ลุ้นอนุมัติใช้ ก.ค.

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

พบวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพสำหรับวัยรุ่น ลุ้นอนุมัติใช้ ก.ค.

พบวัคซีนโมเดอร์นามีประสิทธิภาพสำหรับวัยรุ่น ลุ้นอนุมัติใช้ ก.ค.

โมเดอร์นาเตรียมยื่นขออนุมัติใช้วัคซีนโควิดฉุกเฉินสำหรับวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-17 ปี คาดได้รับอนุมัติเดือนกรกฎาคมนี้

วันนี้ ( 26 พ.ค. 64 )บริษัทโมเดอร์นา (Moderna) แถลงในวันอังคารว่า วัคซีนต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ของโมเดอร์นา (Moderna) พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด ในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 12-17 ปี และไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่หรือที่สำคัญ ในการทดลองทางคลินิก ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่า จะเป็นวัคซีนตัวที่ 2 ที่จะได้รับอนุมัติให้ฉีดเด็กนักเรียนในเดือนกรกฎาคมนี้

Moderna ซึ่งวัคซีนโควิดของบริษัท ได้รับอนุมัติให้ใช้สำหรับผู้ใหญ่วัย 18 ปีขึ้นไป แถลงว่า จะยื่นเอกสารหลักฐานในการศึกษาในกลุ่มวัยรุ่นไปยังองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่กำกับดูแล เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉินในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ และหน่วยงานที่กำกับดูแลของสหรัฐฯ ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อทบทวนผลการศึกษาเช่นเดียวกับจากบริษัท Pfizer/BioNTech ซึ่งก็ผ่านการอนุมัติสำหรับเด็กอายุ 12-15 ปีไปแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม หาก Moderna ได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน คาดว่าการอนุมัติใช้ฉุกเฉินจะมีขึ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม

เด็กส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะแสดงอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือไม่แสดงอาการเลย แต่เด็กก็ยังมีความเสี่ยงที่จะล้มป่วยรุนแรง และสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้ การฉีดวัคซีนในวงกว้างสำหรับเด็กอายุ 12-18 ปี อาจทำให้โรงเรียนในสหรัฐฯ และค่ายการศึกษาฤดูร้อน สามารถผ่อนคลายมาตรการสวมหน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่างทางสังคมได้ ตามคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือซีดีซี (CDC)

สเตฟาน แบนเซล ประธานบริหารของ Moderna ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งว่า วัคซีน mRNA-1273 มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโควิดในกลุ่มวัยรุ่น

ทั้งนี้ การทดลองวัคซีนของ Moderna ประเมินว่า การฉีดวัคซีนในกลุ่มวัยรุ่น 3,732 คน อายุ 12-17 ปี โดยจำนวน 2 ใน 3 ของพวกเขา รับวัคซีนจริง และ 1 ใน 3 รับยาหลอก โดยเป้าหมายหลักคือสร้างการสนองตอบด้านภูมิคุ้มกันให้ได้เทียบเท่ากับที่ได้เห็นในการทดลองครั้งใหญ่ของบริษัท คือการทดลองระยะที่ 3 ในกลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 ถึง 94.1%

สองสัปดาห์หลังได้รับวัคซีนโดสที่สอง คณะนักวิจัยพบว่า ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด ในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนจริง เมื่อเทียบกับพบติดเชื้อ 4 คนในกลุ่มที่ฉีดวัคซีนหลอก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของวัคซีน 100% ตามคำจำกัดความผู้ติดเชื้อจากการทดลองในกลุ่มผู้ใหญ่ของบริษัท

คณะนักวิจัยไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่ ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่หลังรับวัคซีนครบสองโดส คือปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, ปวดเมื่อยตามร่างกายและหนาวสั่น


ข่าวแนะนำ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง