วุ่นทั้งจังหวัด! หนุ่มติดโควิดหนีออกจากรพ. ล่าสุดกลับมาแล้ว

TNN ONLINE

เกาะติด COVID-19

วุ่นทั้งจังหวัด! หนุ่มติดโควิดหนีออกจากรพ. ล่าสุดกลับมาแล้ว

วุ่นทั้งจังหวัด! หนุ่มติดโควิดหนีออกจากรพ. ล่าสุดกลับมาแล้ว

จนท.ระดมกำลังตามหาวุ่น หนุ่มป่วยโควิดหนีการรักษาจากโรงพยาบาล สุดท้ายเกลี้ยกล่อมจนยอมกลับเข้ารักษาตัว

วันนี้ (12 พ.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียแห่แชร์ภาพและข้อความประกาศของ นายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ที่ได้ประกาศผ่านทางสื่อโซเชียล และที่หน้า FB ชื่อ Prasong Tinop

โดยระบุข้อความว่า "เตือนบุคคลอันตราย #หนีการกักตัวเนื่องจากติดเชื้อโควิด19 #หลบหนีครั้งที่สอง ประกาศใครที่พบเจอ บุคคลในภาพถ่ายคือ นายอนุสรณ์ ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อ covid-19 ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาล

ในระหว่างการรักษาการติดเชื้อโควิด19 เป็นครั้งที่ 2 และไปที่บ้านในต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อไปนำ ถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเซฟ 100 สีน้ำเงิน หลบหนีออกจากพื้นที่ ขอให้ทุกท่านช่วยสอดส่อง

เป็นหูเป็นตา หากพบให้แจ้งฝ่ายความมั่นคง สถานีตำรวจ อำเภอโพธารามหรือที่มูลนิธิสว่างราชบุรี สาธารณสุข หรือ กำนันยุ่ง เพื่อไม่ให้ไปกระจายเชื้อให้กับบุคคลที่ไปสัมผัส และจะได้ควบคุมตัวไปรักษาโดยเร็ว

#ช่วยกันแชร์ด้วยนะครับ #ขอบพระคุณล่วงหน้า"

ทำให้ตลอดทั้งวันกลายเป็นที่ตื่นตระหนกของคนในพื้นที่ อำเภอโพธาราม อำเภอบ้านโป่ง จ.ราชบุรี และ อำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ต่างแห่กันแชร์ข้อความและช่วยกันแจ้งเบาะแสเพื่อติดตามตัวผู้ป่วยรายนี้กลับเข้ารักษาภายในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสอบถามกับนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล ถึงเรื่องราวดังกล่าว ทราบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อ covid-19 ได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลโพธาราม ในระหว่างการรักษาการติดเชื้อโควิด19 เป็น ครั้งที่ 2 โดยได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่า ผู้ป่วยหลบหนีออกมาและนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างที่หน้าโรงพยาบาล ไปที่บ้านในต.ท่าชุมพล ตนจึงได้รีบแจ้งผ่านสื่อออนไลน์ในทุกช่องทางเพื่อให้ประชาชนช่วยกันตามหาและแจ้งเบาะแส ที่จะให้เจ้าหน้าที่นำตัวกลับมารักษา เพื่อจะไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะคุมไม่อยู่

จากการตรวจสอบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด - 19 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้ให้ยารักษาอยู่ตลอด เนื่องจากในพื้นที่หมู่ 2 ต.ท่าชุมพล มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ส่วนหนึ่งมาจากโรงฆ่าสัตว์มีผู้ติดเชื้อกว่า 10 คน ส่วนคนที่หลบหนีไปนั้นยังไม่รู้ว่าติดเชื้อโควิด - 19 มาจากที่ไหน หลังตรวจพบจึงอยู่ในการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่เพื่อทำการรักษา แต่เมื่อหนีออกไปก่อนต้องติดตามกลับมาเพื่อรักษาให้หาย หากยังติดตามตัวกลับมาไม่ได้เกรงว่าจะเป็นการแพร่เชื้อออกไปสู่บุคคลอื่นได้

สอบถามคนในบ้านของผู้ป่วย ซึ่งเป็นผู้เสี่ยงสูง ผลตรวจเป็นลบ แต่ยังคงกักตัวอยู่ในบ้าน เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเที่ยงเศษๆ ผู้ป่วยได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ตนก็ถามว่าหมอให้กลับบ้านแล้วหรือ ผู้ตอบกลับมาว่าหายแล้วและได้เดินทางเข้าไปในบ้านนำรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเซฟ 100 สีน้ำเงินออกมาจากบ้านเพื่อที่จะขับออกไปแต่ด้วยรถจักรยานยนต์จอดเป็นเวลานานทำให้น้ำมันรถหมด ผู้ป่วยโควิดจึงได้เข็นออกจากบ้านไปและไม่บอกว่าไปไหน ตนก็คิดว่าจะออกไปทำธุระ หรือ จะเดินทางกลับไปที่บ้านใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตรึงเครียด เนื่องจากไม่สามารถติดต่อผู้ป่วยได้ และไม่รู้ว่าเดินทางไปในสถานที่ใด เพราะหวัดเกรงจะไปแพร่กระจายเชื้อ จึงพยายามประสานไปยังจังหวัดใกล้เคียง ทั้งจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และ เพชรบุรี เพื่อติดตามตัวกลับมารักษา

ล่าสุดได้รับรายงานจากนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล แจ้งความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้นำตัวผู้ป่วยที่หลบหนีการรักษา กลับสู่การรักษาตัวที่โรงพยาบาลโพธารามเป็นที่เรียบร้อย หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามโทรศัพท์เข้าเบอร์มือถือของผู้ป่วยซึ่งได้พยายามเกลี้ยกล่อมพูดคุยถึงเหตุผลของการต้องเข้ารักษาตัว หากไม่รักษาเชื้อลงปอดอาจทำให้เสียชีวิตได้ และหลอกล่อให้กลับมาพบกันที่หน้าโรงพยาบาลโพธาราม จนทำให้ผู้ป่วยคนดังกล่าวเดินทางกลับมายังโรงพยาบาลโพธารามเพื่อเข้ารับการรักษาต่อไป

จนกระทั่งเวลา 17.30 น. ผู้ป่วยได้เดินทางมาถึงที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลตามนัด เจ้าหน้าที่ได้รอรับที่บริเวณด้านหน้าของโรงพยาบาล ด้วยการนำรถวีลแชร์สำหรับผู้ป่วยโควิด หรือ ผู้ที่มีความเสี่ยง โดยเจ้าหน้าที่ได้สวมชุด ppe เพื่อป้องกันการติดเชื้อพร้อมทั้งนำผู้ป่วยกลับเข้าไปยังห้องผู้ป่วยที่รักษาตัวตามเดิม

โดยนายประสงค์ ตินพ กำนันตำบลท่าชุมพล ได้กล่าวขอบคุณประชาชน และเจ้าหน้าที่ทุกคน รวมถึงเพจสื่อต่างๆ ที่ได้ช่วยกันนำเสนอข้อมูลและแชร์กันต่อไป เพื่อติดตามตัวผู้ป่วยที่หลบหนีกลับมารักษาจนสามรถนำตัวกลับมารักษาที่โรงพยาบาลตามเดิม เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ออกไป


ข่าวแนะนำ