พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก! แม่น้ำโขงเพิ่มสูง วันเดียวเกือบ 1 เมตร

Share on Line Share on Facebook Share on X
พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก! แม่น้ำโขงเพิ่มสูง วันเดียวเกือบ 1 เมตร

พายุไมสัก ทำฝนตกต่อเนื่อง น้ำโขงเพิ่มเกือบเมตร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่อง ผลจากพายุไมสัก ทำให้น้ำโขงเพิ่มระดับ ล่าสุดวันเดียวน้ำโขง เพิ่มระดับ ประมาณ 80 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับประมาณ 4.90 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ เกือบ 10 เมตร ทำให้ยังสามารถรับน้ำจากลำน้ำสาขาสายหลักระบายลงน้ำโขงได้เร็ว ยังไม่พบปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขัง 

ส่วนใหญ่จะมีปัญหาน้ำไหลระบายไม่ทัน ในพื้นที่ติดลำน้ำสาขา จากปัญหาฝนตกหนัก ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จะลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติ

(อ่านข่าว : พายุไมสัก ขึ้นฝั่งเวียดนาม! เช็กด่วนวันนี้ 29 จังหวัด "ฝนตกหนักถึงหนักมาก")

สรุปข่าว

น้ำโขงเพิ่มระดับต่อเนื่องหลัง "พายุไมสัก" ทำฝนตกหลายวัน วันเดียวเพิ่มระดับเกือบ 1 เมตร แต่ยังรับน้ำจากลำน้ำสาขาไหว เพราะห่างระดับวิกฤติล้นตลิ่งเกือบ 10 เมตร ส่วนลำน้ำสาขาสายหลัก ยังระบายได้ ทางด้านชลประทานเร่งพร่องน้ำลงน้ำโขงรับมือฝนตกหนัก ยังไม่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมขัง ส่วนใหญ่มีปัญหาน้ำระบายไม่ทัน

พายุไมสัก ทำฝนตกต่อเนื่อง น้ำโขงเพิ่มเกือบเมตร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกต่อเนื่อง ผลจากพายุไมสัก ทำให้น้ำโขงเพิ่มระดับ ล่าสุดวันเดียวน้ำโขง เพิ่มระดับ ประมาณ 80 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับประมาณ 4.90 เมตร ห่างจากจุดวิกฤติล้นตลิ่งประมาณ เกือบ 10 เมตร ทำให้ยังสามารถรับน้ำจากลำน้ำสาขาสายหลักระบายลงน้ำโขงได้เร็ว ยังไม่พบปัญหาพื้นที่น้ำท่วมขัง 

ส่วนใหญ่จะมีปัญหาน้ำไหลระบายไม่ทัน ในพื้นที่ติดลำน้ำสาขา จากปัญหาฝนตกหนัก ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จะลดระดับเข้าสู่ภาวะปกติ

(อ่านข่าว : พายุไมสัก ขึ้นฝั่งเวียดนาม! เช็กด่วนวันนี้ 29 จังหวัด "ฝนตกหนักถึงหนักมาก")

ขณะเดียวกันทางด้านชลประทานจังหวัดนครพนม ได้เร่งพร่องน้ำ ตามจุดประตูระบายน้ำในระบบชลประทานทุกจุด ในแม่น้ำสาขาสายหลัก ตลอดลำน้ำก่ำ ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม เพื่อรับมวลน้ำหากมีฝนตกหนัก ป้องกันน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่ม ทั้งนี้ได้แจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ย้ายสัตว์ลี้ยงการเกษตรขึ้นที่สูงตรวจสอบ พื้นที่ได้รับผลกระทบจากวัชพืชขวางทางระบายน้ำ ป้องกันน้ำเอ่อท่วม

ปภ. แจ้ง 55 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 4 - 6 ก.ค. 69

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่อง พายุ "ไมสัก" ฉบับที่ 1 (104/2569) ประกาศ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน "ไมสัก" 

และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณสาธารณรัฐประชาชนจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569 โดยศูนย์กลางของพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่จากอิทธิพลของพายุ "ไมสัก" และร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย 

ส่งผลทำให้ในช่วงวันที่ 3 - 6 กรกฎาคม  2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันตามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2569 แยกเป็น

พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม

- ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี

- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

- ภาคกลาง 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

- ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล

 พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง

- ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะขาว อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) และจังหวัดกระบี่ (อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา อำเภอเหนือคลอง และอำเภออ่าวลึก)

นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ