กลั้วปากด้วยน้ำมัน เทรนด์สุขภาพช่องปากจากโบราณ ช่วยลดแบคทีเรียได้จริงหรือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
กลั้วปากด้วยน้ำมัน เทรนด์สุขภาพช่องปากจากโบราณ ช่วยลดแบคทีเรียได้จริงหรือ

การกลั้วปากด้วยน้ำมัน หรือ Oil Pulling กำลังกลับมาได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์วิธีดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก อมและกลั้วไปมาในปากนานประมาณ 5–20 นาที ก่อนบ้วนทิ้งและแปรงฟันตามปกติ พร้อมกล่าวอ้างว่าช่วยให้ฟันขาว ลดกลิ่นปาก และส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมตั้งข้อสังเกตว่า วิธีดังกล่าวอาจไม่ได้ให้ประโยชน์มากไปกว่าการดูแลสุขภาพช่องปากตามมาตรฐานที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์


Oil Pulling คืออะไร มีที่มาอย่างไร?

การกลั้วปากด้วยน้ำมันเป็นวิธีปฏิบัติที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี มีรากฐานมาจากศาสตร์อายุรเวทของอินเดีย โดยเชื่อว่าการอมน้ำมันและกลั้วไปมาในช่องปากจะช่วยดึงสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากปาก รวมถึงช่วยกำจัดคราบพลัค ซึ่งเป็นคราบสะสมที่ประกอบด้วยแบคทีเรียและเศษอาหารบนผิวฟัน

ปัจจุบันวิธีนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งตามเทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ โดยผู้ที่นิยมทำมักใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ อมและกลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลาหลายนาที ก่อนบ้วนทิ้ง


งานวิจัยพบอะไร น้ำมันช่วยลดแบคทีเรียได้จริงหรือไม่?

ดร.แมทธิว เมสซินา (Dr. Matthew Messina) ที่ปรึกษาผู้บริโภคของสมาคมทันตกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยืนยันว่าการกลั้วปากด้วยน้ำมันช่วยให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างชัดเจน

แม้การวิเคราะห์อภิมานในปี 2022 จะพบว่า การกลั้วปากด้วยน้ำมันอาจช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปากได้ แต่ยังมีหลักฐานจำกัดที่แสดงว่าวิธีนี้ช่วยลดการอักเสบของเหงือกหรือคราบพลัคได้ดีกว่าการดูแลช่องปากตามปกติ

ขณะที่สมาคมทันตกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือรองรับว่าการกลั้วปากด้วยน้ำมันช่วยลดฟันผุ ทำให้ฟันขาวขึ้น หรือส่งเสริมสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมได้



สรุปข่าว

การกลั้วปากด้วยน้ำมันเป็นวิธีปฏิบัติที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี มีรากฐานมาจากศาสตร์อายุรเวทของอินเดีย โดยเชื่อว่าการอมน้ำมันและกลั้วไปมาในช่องปากจะช่วยดึงสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากปาก รวมถึงช่วยกำจัดคราบพลัค ซึ่งเป็นคราบสะสมที่ประกอบด้วยแบคทีเรียและเศษอาหารบนผิวฟัน การวิเคราะห์อภิมานในปี 2022 จะพบว่า การกลั้วปากด้วยน้ำมันอาจช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปากได้ แต่ยังมีหลักฐานจำกัดที่แสดงว่าวิธีนี้ช่วยลดการอักเสบของเหงือกหรือคราบพลัคได้ดีกว่าการดูแลช่องปากตามปกติ

การกลั้วปากด้วยน้ำมัน หรือ Oil Pulling กำลังกลับมาได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ โดยมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากแชร์วิธีดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก อมและกลั้วไปมาในปากนานประมาณ 5–20 นาที ก่อนบ้วนทิ้งและแปรงฟันตามปกติ พร้อมกล่าวอ้างว่าช่วยให้ฟันขาว ลดกลิ่นปาก และส่งเสริมสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมตั้งข้อสังเกตว่า วิธีดังกล่าวอาจไม่ได้ให้ประโยชน์มากไปกว่าการดูแลสุขภาพช่องปากตามมาตรฐานที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์


Oil Pulling คืออะไร มีที่มาอย่างไร?

การกลั้วปากด้วยน้ำมันเป็นวิธีปฏิบัติที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี มีรากฐานมาจากศาสตร์อายุรเวทของอินเดีย โดยเชื่อว่าการอมน้ำมันและกลั้วไปมาในช่องปากจะช่วยดึงสารพิษและสิ่งสกปรกออกจากปาก รวมถึงช่วยกำจัดคราบพลัค ซึ่งเป็นคราบสะสมที่ประกอบด้วยแบคทีเรียและเศษอาหารบนผิวฟัน

ปัจจุบันวิธีนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งตามเทรนด์การดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ โดยผู้ที่นิยมทำมักใช้น้ำมันมะพร้าว น้ำมันทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ อมและกลั้วให้ทั่วช่องปากเป็นเวลาหลายนาที ก่อนบ้วนทิ้ง


งานวิจัยพบอะไร น้ำมันช่วยลดแบคทีเรียได้จริงหรือไม่?

ดร.แมทธิว เมสซินา (Dr. Matthew Messina) ที่ปรึกษาผู้บริโภคของสมาคมทันตกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะยืนยันว่าการกลั้วปากด้วยน้ำมันช่วยให้สุขภาพช่องปากดีขึ้นอย่างชัดเจน

แม้การวิเคราะห์อภิมานในปี 2022 จะพบว่า การกลั้วปากด้วยน้ำมันอาจช่วยลดปริมาณแบคทีเรียในช่องปากได้ แต่ยังมีหลักฐานจำกัดที่แสดงว่าวิธีนี้ช่วยลดการอักเสบของเหงือกหรือคราบพลัคได้ดีกว่าการดูแลช่องปากตามปกติ

ขณะที่สมาคมทันตกรรมแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ยังไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือรองรับว่าการกลั้วปากด้วยน้ำมันช่วยลดฟันผุ ทำให้ฟันขาวขึ้น หรือส่งเสริมสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมได้



ผู้เชี่ยวชาญไม่แนะนำให้ใช้แทนการดูแลช่องปากตามมาตรฐาน

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การกลั้วปากด้วยน้ำมันอาจไม่ได้เป็นอันตรายโดยตรงสำหรับคนทั่วไป แต่ก็ไม่ได้มีประโยชน์ชัดเจนจนจำเป็นต้องเพิ่มเข้ามาในกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเมื่อใช้เวลานานถึง 20 นาที ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาไปกับวิธีที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันประสิทธิภาพเพียงพอ

นอกจากนี้ ไม่ควรใช้วิธีดังกล่าวทดแทนการรักษาทางทันตกรรมที่จำเป็น เช่น หากมีการติดเชื้อที่เหงือกหรือฝีที่ฟัน ควรเข้าพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรหวังพึ่งการกลั้วปากด้วยน้ำมันเพียงอย่างเดียว และควรหลีกเลี่ยงการกลืนน้ำมันหลังกลั้วปาก เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้



ดูแลช่องปากแบบไหน ได้ประโยชน์และมีหลักฐานรองรับ?

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ยึดหลักการดูแลสุขภาพช่องปากที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ได้แก่ แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ และทำความสะอาดซอกฟันวันละ 1 ครั้งด้วยไหมขัดฟันหรือเครื่องฉีดน้ำทำความสะอาดซอกฟัน

ส่วนการใช้น้ำยาบ้วนปากสามารถเป็นตัวช่วยเสริมได้ โดยเฉพาะสูตรที่มีสารต้านแบคทีเรียหรือฟลูออไรด์ ซึ่งอาจช่วยลดแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับฟันผุและโรคเหงือก รวมถึงเสริมความแข็งแรงให้เคลือบฟัน แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการแปรงฟันและทำความสะอาดซอกฟันได้

แม้การกลั้วปากด้วยน้ำมันจะเป็นวิธีดูแลสุขภาพช่องปากจากภูมิปัญญาโบราณ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันประโยชน์ที่ชัดเจน ดังนั้น การแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์และทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอ ยังคงเป็นวิธีพื้นฐานที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

ที่มาข้อมูล : CNN ‘Oil pulling’: Natural, stronger mouthwash or waste of time?

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ

แท็กบทความ