ผลทดลองระยะสุดท้าย ชี้ วัคซีน mRNA เฉพาะบุคคล ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมากลับเป็นซ้ำ 42%

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผลทดลองระยะสุดท้าย ชี้ วัคซีน mRNA เฉพาะบุคคล ลดเสี่ยงมะเร็งผิวหนังเมลาโนมากลับเป็นซ้ำ 42%

บริษัท Merck และ Moderna เปิดเผยผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีน mRNA สำหรับรักษามะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา โดยพบว่า การใช้วัคซีนทดลองร่วมกับยา Keytruda ช่วยลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำหรือเสียชีวิตได้ 42% เมื่อเทียบกับการใช้ยา Keytruda เพียงอย่างเดียว

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า intismeran autogene เป็นวัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคลที่ออกแบบขึ้นจากข้อมูลทางพันธุกรรมของเนื้องอกในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ โดยหลังผ่าตัดนำเนื้องอกออกแล้ว ตัวอย่างเนื้อเยื่อจะถูกนำไปวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรม เพื่อคัดเลือกเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาวัคซีนของผู้ป่วยรายนั้น



สรุปข่าว

วัคซีน mRNA เฉพาะบุคคลทดลองของ Merck และ Moderna เมื่อใช้ร่วมกับยา Keytruda ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมากลับเป็นซ้ำหรือเสียชีวิตได้ 42% เมื่อเทียบกับการใช้ Keytruda เพียงอย่างเดียว โดยผลทดลองระยะที่ 3 มีผู้เข้าร่วม 1,136 คน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามผลระยะยาวเพื่อประเมินประสิทธิผลด้านการรอดชีวิต และวัคซีนยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

บริษัท Merck และ Moderna เปิดเผยผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีน mRNA สำหรับรักษามะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา โดยพบว่า การใช้วัคซีนทดลองร่วมกับยา Keytruda ช่วยลดความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับมาเป็นซ้ำหรือเสียชีวิตได้ 42% เมื่อเทียบกับการใช้ยา Keytruda เพียงอย่างเดียว

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า intismeran autogene เป็นวัคซีน mRNA แบบเฉพาะบุคคลที่ออกแบบขึ้นจากข้อมูลทางพันธุกรรมของเนื้องอกในผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้จดจำและตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งได้อย่างจำเพาะ โดยหลังผ่าตัดนำเนื้องอกออกแล้ว ตัวอย่างเนื้อเยื่อจะถูกนำไปวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรม เพื่อคัดเลือกเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับพัฒนาวัคซีนของผู้ป่วยรายนั้น



การทดลองมีผู้เข้าร่วม 1,136 คน ซึ่งได้รับการรักษาด้วย Keytruda ร่วมกับวัคซีนทดลองหรือยาหลอก โดย Keytruda เป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ช่วยปลดกลไกยับยั้งการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถเข้าจัดการกับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ส่วนวัคซีน mRNA ทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มุ่งเป้าไปยังลักษณะเฉพาะของเนื้องอก

ผลการศึกษาที่มีระยะติดตามเฉลี่ยประมาณ 2 ปี แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการลดความเสี่ยงที่โรคจะกลับมาเป็นซ้ำหรือผู้ป่วยเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการรอดชีวิตโดยรวมยังต้องติดตามต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าการรักษานี้ช่วยยืดอายุผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงใด



บริษัทผู้พัฒนาระบุว่า กำลังประสานงานกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี mRNA กับมะเร็งชนิดอื่น เช่น มะเร็งปอดและมะเร็งตับอ่อน

ผลการทดลองนี้นับเป็นความก้าวหน้าของการนำเทคโนโลยี mRNA มาประยุกต์ใช้ในการรักษามะเร็งแบบเฉพาะบุคคล แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าจะรักษามะเร็งให้หายขาดได้ และวัคซีนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนา ไม่ใช่วัคซีนที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เป็นการรักษามาตรฐานทั่วไป

อ่านฉบับเต็ม https://edition.cnn.com/2026/10/22/health/mnra-cancer-vaccine-moderna?Date=20261022&Profile=CNN,CNN+International&fbclid=IwY2xjawVH5I5leHRuA2FlbQIxMABwZG9mBXNydGMGYXBwX2lkEDIyMjAzOTE3ODgyMDA4OTIAAR6Cbo41ctJRXxmhbztWXFkpvBafFlrqEHWRWp6QUr-95YTeMd1er6XDHepYzQ_aem_bIVNaO3ZJ0t7UBezp64geg&utm_content=1792705067&utm_medium=social&utm_source=facebook

ที่มาข้อมูล : CNN

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ