สวีเดนจ่ายเงินให้ปู่ย่าตายาย ที่เลี้ยงหลานแทนพ่อแม่ โอนสิทธิลาได้สูงสุด 90 วัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
สวีเดนจ่ายเงินให้ปู่ย่าตายาย ที่เลี้ยงหลานแทนพ่อแม่ โอนสิทธิลาได้สูงสุด 90 วัน

เมื่อภาระการเลี้ยงดูลูกไม่ได้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เพียงสองคนอีกต่อไป สวีเดนจึงออกนโยบายใหม่ เปิดโอกาสให้พ่อแม่โอนสิทธิวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรบางส่วนให้ปู่ย่าตายายหรือผู้ดูแลคนอื่นได้ โดยผู้รับโอนสามารถใช้สิทธิลาหยุดงานเพื่อดูแลหลาน พร้อมรับเงินชดเชยตามเงื่อนไขของระบบสวัสดิการ

สรุปข่าว

สวีเดนออกกฎหมายใหม่ เปิดทางให้พ่อแม่สามารถโอนสิทธิวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรให้แก่ปู่ย่าตายายหรือผู้ดูแลคนอื่นได้สูงสุด 45 วันต่อเด็กหนึ่งคน พร้อมรับเงินชดเชยตามระบบสวัสดิการ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการเวลาครอบครัว

เมื่อภาระการเลี้ยงดูลูกไม่ได้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เพียงสองคนอีกต่อไป สวีเดนจึงออกนโยบายใหม่ เปิดโอกาสให้พ่อแม่โอนสิทธิวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรบางส่วนให้ปู่ย่าตายายหรือผู้ดูแลคนอื่นได้ โดยผู้รับโอนสามารถใช้สิทธิลาหยุดงานเพื่อดูแลหลาน พร้อมรับเงินชดเชยตามเงื่อนไขของระบบสวัสดิการ

กฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม โดยกำหนดให้พ่อแม่ที่มีสิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรได้รวม 480 วันต่อเด็กหนึ่งคน สามารถโอนสิทธิวันลาดังกล่าวให้ผู้ดูแลคนอื่นได้สูงสุด 45 วันต่อเด็กหนึ่งคน ส่วนพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวสามารถโอนสิทธิได้สูงสุด 90 วัน

นโยบายนี้ทำให้ปู่ย่าตายายสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลหลานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการช่วยเหลือกันภายในครอบครัวเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน พ่อแม่ก็มีทางเลือกในการจัดสรรเวลาเลี้ยงดูลูก โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องทำงานและมีข้อจำกัดในการหาผู้ดูแลเด็ก

จากการช่วยเลี้ยงหลาน สู่สิทธิประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม

ปู่ย่าตายายจำนวนไม่น้อยมีบทบาทสำคัญในการช่วยเลี้ยงหลาน โดยเฉพาะในช่วงที่พ่อแม่ต้องกลับไปทำงาน แต่การช่วยเหลือดังกล่าวมักขึ้นอยู่กับความพร้อมของสมาชิกในครอบครัว ทั้งเรื่องเวลา สุขภาพ และภาระส่วนตัว

กฎหมายของสวีเดนจึงเปิดทางให้ครอบครัวแบ่งปันสิทธิการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้ดูแลคนอื่นได้ โดยสิทธิที่โอนให้ไม่ได้หมายความว่าปู่ย่าตายายจะได้รับเงินเดือนจากการรับจ้างเลี้ยงหลาน แต่เป็นการใช้สิทธิวันลาที่ได้รับโอน พร้อมรับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นอกจากสิทธิวันลาแล้ว สวีเดนยังมีมาตรการสนับสนุนครอบครัวในด้านอื่น ๆ เช่น การอนุญาตให้พ่อแม่ลดชั่วโมงการทำงานลงได้เมื่อต้องดูแลลูก โดยทั่วไปสามารถใช้สิทธิได้จนลูกอายุครบ 8 ปี และพนักงานภาครัฐบางกลุ่มสามารถใช้สิทธิได้จนลูกอายุครบ 12 ปี

ทางเลือกแก้ปัญหาค่าเลี้ยงดูเด็กที่เพิ่มขึ้น

ปัญหาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กและการขาดแคลนสถานรับเลี้ยงเด็กเป็นความท้าทายของหลายประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงานเต็มเวลา การมีสมาชิกในครอบครัวเข้ามาช่วยดูแลจึงเป็นทางเลือกสำคัญ แต่ก็ไม่ควรคาดหวังว่าปู่ย่าตายายทุกคนจะต้องรับหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่มีข้อจำกัด

แนวทางของสวีเดนสะท้อนให้เห็นว่า การสนับสนุนครอบครัวไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่การให้สิทธิแก่พ่อแม่เท่านั้น แต่สามารถออกแบบให้ผู้ดูแลคนอื่นเข้ามามีส่วนร่วมได้ด้วย ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการชีวิตครอบครัว และทำให้การดูแลเด็กเป็นความรับผิดชอบที่แบ่งปันกันได้มากขึ้น

แม้นโยบายนี้จะไม่ได้แก้ปัญหาค่าเลี้ยงดูเด็กทั้งหมด แต่ก็เป็นอีกแนวทางที่น่าจับตา สำหรับประเทศที่กำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกที่สูงขึ้น และต้องการให้พ่อแม่สามารถทำงานควบคู่กับการดูแลครอบครัวได้อย่างเหมาะสม


ที่มาข้อมูล : The New York Times

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย