โซเซียลแชร์ภาพขาเป็นรอยจุดแดงเข้ม หมอชี้ เป็นอาการ "หลอดเลือดฝอยอักเสบ"

Share on Line Share on Facebook Share on X
โซเซียลแชร์ภาพขาเป็นรอยจุดแดงเข้ม หมอชี้ เป็นอาการ "หลอดเลือดฝอยอักเสบ"

จากกรณีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ Kanokphat Choopan แชร์ภาพ ขาที่มีอาการจุดแดงเข้ม เป็นรอยทั้ง 2 ข้าง โดยระบุว่า ตั้งแต่กลับมาจากมาเลเซีย เป็นตลอดเกือบ2 ปี หาหมอ ตรวจเลือดไม่พบ ไม่เจอ ใครรู้ช่วยบอกที เหนื่อยกับการที่แพ้หรือขึ้นผื่นแบบนี้  ทำให้มีคนเข้ามาคอมเมนต์และแชร์โพสต์จำนวนมากโดยระบุว่า เคยมีอาการคล้ายกัน 

สรุปข่าว

โซเชียลแชร์ภาพขาขึ้นผื่นจุดแดงเข้มเรื้อรังนาน 2 ปี แพทย์ผิวหนังระบุเป็นอาการ "หลอดเลือดฝอยอักเสบ" (Cutaneous Vasculitis) เกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติทำลายผนังหลอดเลือด มีทั้งแบบหายเองได้และแบบที่ต้องตรวจชิ้นเนื้อรวมถึงคัดกรองการลุกลามไปยังอวัยวะภายใน เช่น ไต ปอด หรือระบบทางเดินอาหาร โดยมีสาเหตุจากยา การติดเชื้อ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง มะเร็ง หรือไม่ทราบสาเหตุ

จากกรณีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ Kanokphat Choopan แชร์ภาพ ขาที่มีอาการจุดแดงเข้ม เป็นรอยทั้ง 2 ข้าง โดยระบุว่า ตั้งแต่กลับมาจากมาเลเซีย เป็นตลอดเกือบ2 ปี หาหมอ ตรวจเลือดไม่พบ ไม่เจอ ใครรู้ช่วยบอกที เหนื่อยกับการที่แพ้หรือขึ้นผื่นแบบนี้  ทำให้มีคนเข้ามาคอมเมนต์และแชร์โพสต์จำนวนมากโดยระบุว่า เคยมีอาการคล้ายกัน 

ล่าสุด นายแพทย์สมาธิ นิชานนท์ แพทย์เวชปฏิบัติสมาชิกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ให้คำตอบว่าอาการเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดฝอยอักเสบ

โดยคุณหมอระบุว่า หลอดเลือดฝอยอักเสบ หรือ Cutaneous Vasculitis คือ ภาวะหลอดเลือดอักเสบที่เกิดขึ้นเฉพาะหรือเด่นที่บริเวณผิวหนัง โดยเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ จนเกิดการอักเสบและทำลายผนังหลอดเลือด ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดเปราะ รั่ว หรืออุดตัน ทำให้เกิดรอยโรคต่างๆ บนผิวหนัง เช่น จุดเลือดออก รอยช้ำ หรือแผลเปื่อย

ขั้นตอนสำคัญที่สุดเมื่อพบ Cutaneous Vasculitis คือ

1) Biopsy ยืนยันพยาธิสภาพ 

2) Screen หา Systemic Involvement โดยเฉพาะการตรวจปัสสาวะ Urinalysis เพื่อดูไต เนื่องจากแผนการรักษาจะเปลี่ยนทันทีหากมีอวัยวะภายในร่วมด้วย

แม้ส่วนใหญ่ Cutaneous Vasculitis จะจำกัดอยู่แค่ที่ผิวหนังและสามารถหายเองได้ ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่สิ่งที่ สำคัญที่สุด ในการประเมินผู้ป่วยคือ

1. การตรวจหาการลุกลามไปยังอวัยวะภายใน (Systemic Involvement) โดยเฉพาะ ไต (พบได้บ่อยและอันตรายที่สุด), ทางเดินอาหาร, ปอด และระบบประสาท

2. การทำ Skin Biopsy เพื่อยืนยันพยาธิวิทยา (เช่น พบ Leukocytoclastic vasculitis: LCV) และส่งตรวจ Direct Immunofluorescence (DIF) เพื่อระบุประเภทโรค เช่น IgA Vasculitis (Henoch-Schönlein Purpura)

สาเหตุของหลอดเลือดฝอยอักเสบ

Cutaneous Vasculitis สามารถเกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีปัจจัยกระตุ้น ดังนี้

  • ยา (Drug-induced): ยาปฏิชีวนะ (เช่น Penicillin, Sulfa), NSAIDs, ยาต้านการชัก, Allopurinol
  • การติดเชื้อ (Infections): ไวรัสตับอักเสบ บี/ซี, HIV, แบคทีเรียกลุ่ม Streptococcus หรือการติดเชื้อเรื้อรัง
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง (Autoimmune Diseases): โรคพุ่มพวง (SLE), รูมาตอยด์ (RA), Sjögren's syndrome
  • มะเร็ง (Malignancies): มะเร็งระบบเลือด (Hematologic malignancies) เช่น Leukemia, Lymphoma ไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic): พบได้ประมาณ 40–50% ของผู้ป่วยทั้งหมด

ขอบคุณข้อมูลจาก นายแพทย์สมาธิ นิชานนท์ 

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย