ง่วงทนไม่ไหว หลังมือเที่ยง เปิดเคสหนุ่ม 24 ปี สุดท้ายผลตรวจเลือดพุ่ง 200กว่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
ง่วงทนไม่ไหว หลังมือเที่ยง เปิดเคสหนุ่ม 24 ปี สุดท้ายผลตรวจเลือดพุ่ง 200กว่า

เพจ Tensia ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ยกเคสอุทาหรณ์ ชายหนุ่มอายุ 24 ปี หลังกินข้าวชอบง่วงนอนรุนแรง ฟุบลงคาโต๊ะ สุดท้ายไปตรวจพบค่าเลือดพุ่ง 200กว่า ซึ่งถือว่าสูงมากอันตรายต่อสุขภาพ

สรุปข่าว

เพจดัง เปิดเคส ชาย 24 ปี หลังกินข้าวเที่ยงชอบง่วงจนฟุบหลับอย่างควบคุมไม่ได้ในเวลางาน ตรวจผลเลือด พบน้ำตาลพุ่ง 200+

เพจ Tensia ให้ความรู้ด้านสุขภาพ ยกเคสอุทาหรณ์ ชายหนุ่มอายุ 24 ปี หลังกินข้าวชอบง่วงนอนรุนแรง ฟุบลงคาโต๊ะ สุดท้ายไปตรวจพบค่าเลือดพุ่ง 200กว่า ซึ่งถือว่าสูงมากอันตรายต่อสุขภาพ

ชาย 24 ปี หลังกินข้าว ง่วงจนฟุบหลับอย่างควบคุมไม่ได้ในเวลางาน ผลเลือดอะไรก็ดูปกติหมด สุดท้ายพบน้ำตาลพุ่ง 200+ หลังกินคาร์บ

หลายคนกินข้าวเสร็จแล้วง่วง ก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา หนังท้องตึง หนังตาหย่อน แต่บางคน ง่วงจน “คุมชีวิตไม่ได้” จริงๆ

ชายอายุ 24 ปี ทำงานเป็นนักออกแบบในโรงงาน ช่วง 3 เดือนก่อนมา รพ. เริ่มง่วงกลางวันมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยนั่งทำงานได้ กลายเป็น “หลับคาโต๊ะ” งานเริ่มพัง โฟกัสไม่ได้ จนต้องลางานมาหาสาเหตุ

พยายามแก้เอง แต่ไม่สำเร็จ 

เขาพยายามแก้เองหมดแล้ว ทั้งกาแฟ ทั้งซื้อยากระตุ้นสมองเอง (modafinil, methylphenidate) แต่ “ไม่ช่วยเลย” จนเริ่มหมดปัญญา มาหาแพทย์ดีกว่า ก่อนที่จะเสียงานเสียการ

เมื่อมาที่ โรงพยาบาล แพทย์ตรวจหาสาเหตุ ผลตรวจเบื้องต้นพบว่า ทุกอย่างเป็นปกติ 

  • ตรวจการนอน (polysomnography) → ปกติ
  • สมอง (MRI, EEG) → ปกติ
  • ฮอร์โมน → ปกติ
  • น้ำตาลสะสม (HbA1c) → ปกติ

ทุกอย่าง “ดูดีหมด” เหมือนยังจับคนร้ายก่อเหตุไม่ได้

แพทย์ซักประวัติละเอียด

แต่พอซักประวัติละเอียดขึ้น พบว่าเขาจะง่วงช่วง 10–11 โมงถึงบ่าย 2

ที่แปลกคือ ถ้าเลื่อนเวลากินข้าว อาการง่วงก็ “เลื่อนตาม” ถ้ากินคาร์บน้อยๆ อาการกลับดีขึ้น ตรงนี้แหละ ที่เริ่มเห็น pattern สำคัญ “ง่วงหลังอาหาร” (postprandial somnolence)

แพทย์จึงส่งตรวจน้ำตาลหลังดื่มน้ำตาล 75 กรัม (OGTT) ผลที่ได้ไม่ธรรมดาเลย น้ำตาลขึ้นถึง 224 mg/dL ใน 2 ชั่วโมง พร้อมอินซูลินที่ “พุ่งสูงมาก” มากกว่าตอนอดอาหารถึง 10 เท่า และช่วงนั้นเอง เขาก็ง่วงหนักจริงๆ

คนไข้รายนี้เข้าเกณฑ์เบาหวานแล้ว แถมยังอายุเพียง 24 เอง เมื่อกินคาร์บ อินซูลินจะพุ่งกระฉูด แต่กล้ามเนื้อและตับดื้ออินซูลิน ไม่ค่อยฟังคำสั่งแล้ว น้ำตาลจึงขึ้นสูง 200+ ตับอ่อนก็พยายามหลั่งอินซูลินเพิ่มอีก น้ำตาลและอินซูลินที่สูงมาก อาจส่งผลยับยั้งระบบตื่นตัว (Orexin) ในสมอง ซึ่งแต่ละคนตอบสนองแตกต่างกันไป แต่รายนี้ตอบสนองรุนแรงมาก จนง่วงแบบควบคุมไม่ได้เลย

แพทย์ไม่แก้ง่วง แต่ให้คุมน้ำตาล 

แพทย์จึงรักษา ไม่ใช่ด้วยยาทำลายความง่วง แต่เป็น “ยาคุมน้ำตาล”(empagliflozin กลุ่ม SGLT-2 inhibitor) ภายใน 1 เดือน อาการง่วง “แทบหายไป” กลับไปทำงานได้ปกติ

6 เดือนต่อมา ตรวจ OGTT ซ้ำ

  • น้ำตาลดีขึ้น
  • อินซูลินลดลง

และที่สำคัญ “ไม่ง่วงแล้ว”

นี่คือเคสที่บอกว่า อาการง่วง ไม่ใช่แค่เรื่องของ “การนอน” แต่เป็นเรื่องของ “เมตาบอลิซึม” ด้วยค่ะ

จริงๆ เคสนี้เป็นระดับ case report เลย เพราะสมองตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ จนพังการใช้ชีวิตได้เลย แต่อย่างน้อยก็ทำให้เราตระหนักว่า การกินเยอะ การไม่ออกกำลังกาย การปล่อยตัวไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์มันไม่ได้ส่งแค่ผลเลือด

แต่มันลามไปถึงสมองด้วย

ง่วงมากแบบควบคุมไม่ได้เกิดได้หลายสาเหตุนะคะ เช่น Narcolepsy ผลจากยา ฯลฯ ต้องให้แพทย์ซักประวัติแยก

ขอบคุณข้อมูล เพจ Tensia 

ที่มาข้อมูล : เพจ Tensia

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย