หยุดโทษตัวเอง! "กินยาเบาหวานแล้วน้ำตาลไม่ลด" อาจเป็นเพราะลำไส้คุณมี "จุลินทรีย์ตัวร้าย"

Share on Line Share on Facebook Share on X
หยุดโทษตัวเอง! "กินยาเบาหวานแล้วน้ำตาลไม่ลด" อาจเป็นเพราะลำไส้คุณมี "จุลินทรีย์ตัวร้าย"

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า


ทำไมยาเบาหวาน Metformin ใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน? คำตอบซ่อนอยู่ใน "จุลินทรีย์ลำไส้"


สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แทบทุกคน ยาตัวแรกที่แพทย์มักสั่งจ่ายให้รับประทานคือยา Metformin ซึ่งเป็นยามาตรฐานระดับสากลที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน แต่คำถามสำคัญที่สร้างความสงสัยให้แก่วงการแพทย์และผู้ป่วยมาโดยตลอดคือ ทำไมยาตัวเดียวกันนี้จึงใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน โดยพบว่ามีผู้ป่วยราวหนึ่งในสามที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายได้ แม้จะกินยาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาคำอธิบายมักมุ่งไปที่ความแตกต่างทางพันธุกรรมของร่างกาย หรือระบบการดูดซึมยาของตัวผู้ป่วยเอง แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็ยังดูเหมือนจะอธิบายได้ไม่ชัดเจนนัก  


งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism ได้ค้นพบว่า สาเหตุที่ยา Metformin ใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยบางรายนั้น ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของร่างกายมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "จุลินทรีย์ในลำไส้" เป็นตัวการทำลายยา เนื่องจากยา Metformin เป็นยาชนิดรับประทานที่ร่างกายดูดซึมได้ค่อนข้างช้า ตัวยาส่วนใหญ่จึงต้องเดินทางผ่านลำไส้และสัมผัสกับประชากรจุลินทรีย์โดยตรง เมื่อทีมนักวิจัยตรวจสอบผู้ป่วยกลุ่มที่ตอบสนองต่อยาน้อย กลับพบความจริงที่ว่า ระดับยา Metformin ทั้งในกระแสเลือดและในอุจจาระของผู้ป่วยกลุ่มนี้ลดต่ำลงพร้อมกัน ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าตัวยาไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกย่อยสลายทำลายลงไปตั้งแต่ยังอยู่ในทางเดินอาหาร

เมื่อเจาะลึกไปถึงระดับสายพันธุ์ ทีมวิจัยพบว่าในลำไส้ของผู้ป่วยที่ยาใช้ไม่ได้ผล มักมีแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า Eubacterium โดยเฉพาะสายพันธุ์ Eubacterium hallii อาศัยอยู่มากกว่าปกติ แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตเอนไซม์เฉพาะตัวที่มีชื่อว่า AdhE (Aldehyde-alcohol dehydrogenase) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกรรไกรชีวภาพ เข้าไปตัดและเปลี่ยนโครงสร้างของยา Metformin ให้กลายเป็นสาร N,N-dimethylguanidine หรือ DMG ส่งผลให้ยาหมดฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ไม่สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหรือกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนควบคุมความอิ่มอย่าง GLP-1 ได้อีกต่อไป และที่น่าสนใจคือ เอนไซม์ชนิดนี้พบได้เฉพาะในแบคทีเรียเท่านั้น ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ที่ทำลายยา Metformin ในลักษณะนี้ได้

สรุปข่าว

ยา Metformin ใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยเบาหวานบางราย เพราะถูกแบคทีเรีย Eubacterium hallii ในลำไส้ใช้เอนไซม์ AdhE ย่อยสลายตัวยาจนหมดฤทธิ์ แต่งานวิจัยพบว่าสาร Daidzein จากถั่วเหลืองสามารถยับยั้งเอนไซม์นี้ ช่วยให้ยากลับมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า


ทำไมยาเบาหวาน Metformin ใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน? คำตอบซ่อนอยู่ใน "จุลินทรีย์ลำไส้"


สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แทบทุกคน ยาตัวแรกที่แพทย์มักสั่งจ่ายให้รับประทานคือยา Metformin ซึ่งเป็นยามาตรฐานระดับสากลที่มีการใช้มาอย่างยาวนาน แต่คำถามสำคัญที่สร้างความสงสัยให้แก่วงการแพทย์และผู้ป่วยมาโดยตลอดคือ ทำไมยาตัวเดียวกันนี้จึงใช้ไม่ได้ผลสำหรับบางคน โดยพบว่ามีผู้ป่วยราวหนึ่งในสามที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายได้ แม้จะกินยาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาคำอธิบายมักมุ่งไปที่ความแตกต่างทางพันธุกรรมของร่างกาย หรือระบบการดูดซึมยาของตัวผู้ป่วยเอง แต่ปัจจัยเหล่านี้ก็ยังดูเหมือนจะอธิบายได้ไม่ชัดเจนนัก  


งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Metabolism ได้ค้นพบว่า สาเหตุที่ยา Metformin ใช้ไม่ได้ผลในผู้ป่วยบางรายนั้น ไม่ได้เกิดจากความบกพร่องของร่างกายมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "จุลินทรีย์ในลำไส้" เป็นตัวการทำลายยา เนื่องจากยา Metformin เป็นยาชนิดรับประทานที่ร่างกายดูดซึมได้ค่อนข้างช้า ตัวยาส่วนใหญ่จึงต้องเดินทางผ่านลำไส้และสัมผัสกับประชากรจุลินทรีย์โดยตรง เมื่อทีมนักวิจัยตรวจสอบผู้ป่วยกลุ่มที่ตอบสนองต่อยาน้อย กลับพบความจริงที่ว่า ระดับยา Metformin ทั้งในกระแสเลือดและในอุจจาระของผู้ป่วยกลุ่มนี้ลดต่ำลงพร้อมกัน ซึ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าตัวยาไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกย่อยสลายทำลายลงไปตั้งแต่ยังอยู่ในทางเดินอาหาร

เมื่อเจาะลึกไปถึงระดับสายพันธุ์ ทีมวิจัยพบว่าในลำไส้ของผู้ป่วยที่ยาใช้ไม่ได้ผล มักมีแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า Eubacterium โดยเฉพาะสายพันธุ์ Eubacterium hallii อาศัยอยู่มากกว่าปกติ แบคทีเรียชนิดนี้ผลิตเอนไซม์เฉพาะตัวที่มีชื่อว่า AdhE (Aldehyde-alcohol dehydrogenase) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนกรรไกรชีวภาพ เข้าไปตัดและเปลี่ยนโครงสร้างของยา Metformin ให้กลายเป็นสาร N,N-dimethylguanidine หรือ DMG ส่งผลให้ยาหมดฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ไม่สามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหรือกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนควบคุมความอิ่มอย่าง GLP-1 ได้อีกต่อไป และที่น่าสนใจคือ เอนไซม์ชนิดนี้พบได้เฉพาะในแบคทีเรียเท่านั้น ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถผลิตเอนไซม์ที่ทำลายยา Metformin ในลักษณะนี้ได้

เมื่อค้นพบตัวการที่แท้จริง ทีมวิจัยจึงได้ทดลองหาทางออกเพื่อช่วยให้ยา Metformin กลับมาใช้งานได้ผลอีกครั้ง โดยเริ่มจากการทดสอบในสัตว์ทดลองด้วยการใช้ไวรัสกำจัดแบคทีเรียหรือ Bacteriophage เพื่อเข้าไปกำจัดแบคทีเรีย E. hallii ในลำไส้อย่างเจาะจง ซึ่งช่วยลดการย่อยสลายยาและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาควบคุมได้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังได้นำ AI เข้ามาช่วยคัดกรองฐานข้อมูลโมเลกุลสารเคมีกว่า 15 ล้านชนิด เพื่อค้นหาสารที่จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ AdhE โดยตรง จนพบว่า สาร Daidzein ซึ่งเป็นสารประกอบ Phytoestrogen ในกลุ่ม Isoflavone ที่พบได้ตามธรรมชาติในพืชตระกูลถั่วเหลือง มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเข้าไปแย่งจับกับช่องเร่งปฏิกิริยาของเอนไซม์ AdhE ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถย่อยสลายยา Metformin ได้


การค้นพบดังกล่าวนำไปสู่การทดสอบทางคลินิกเบื้องต้นในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีปัญหาดื้อหรือไม่ตอบสนองต่อยา Metformin ผลการศึกษาพบว่า เมื่อให้ผู้ป่วยรับประทานสาร Daidzein ควบคู่ไปกับยา Metformin ตามปกติ อัตราการย่อยสลายยาในลำไส้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ระดับยา Metformin ในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น และช่วยให้ระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) รวมถึงระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารลดลงได้ดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างชัดเจน โดยไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อตับหรือไตตลอดการทดลอง

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

สรุปคือ งานวิจัยชิ้นนี้จึงช่วยตอบคำถามที่ค้างคามานานว่าเหตุใดผู้ป่วยเบาหวานบางคนจึงใช้ยาไม่ได้ผล พร้อมทั้งเปลี่ยนมุมมองการรักษาโรคเบาหวานไปสู่มิติใหม่ แม้ว่าแนวทางการใช้อาหารเสริมหรือสารสกัดควบคู่กับยายังต้องรอการศึกษาทางคลินิกระยะยาวในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันประสิทธิผล แต่ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้แสดงให้เห็นว่า หากเราสามารถตรวจจับและควบคุมเอนไซม์ของจุลินทรีย์ที่ขัดขวางการรักษาได้ ยาพื้นฐานราคาประหยัดอย่าง Metformin ก็จะสามารถกลับมาออกฤทธิ์ช่วยชีวิตและดูแลสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง

ข้อมูลจาก เพจ "Anan Jongkaewwattana"

https://www.facebook.com/anan.jongkaewwattana/posts/pfbid06RwGdP1rnnWgZUduYhBd4SMp6HmFMiStUPHzhFLbqg42pW4wUqWqtxR4jpErXCsxl


ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง