ไบร์ท นรภัทร หักดิบเลิกบุหรี่ เกือบ 3 เดือน

ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธุ์ นักแสดงหนุ่ม ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวว่า สามารถเลิกบุหรี่ได้เกือบ 3 เดือนแล้ว หลังจากสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย โดยที่ผ่านมาเจ้าตัวเคยสูบบุหรี่หลายรูปแบบ ทั้งบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า และพอต ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองพึ่งพานิโคตินมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงที่ติดพอต เจ้าตัวเล่าว่าต้องมีติดมือไว้ตลอดเวลา ทั้งตอนขับรถและแม้กระทั่งตอนนอน หากไม่ได้สูบจะรู้สึกหงุดหงิด และหากลืมไว้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากไบร์ทตัดสินใจเลิกบุหรี่ และผ่านช่วงแรกของการหยุดสูบไปได้ประมาณ 2–3 วัน จากนั้นมีโอกาสไปเห็นคุณลุงที่กำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ภาพดังกล่าวทำให้เจ้าตัวฉุกคิดถึงสุขภาพของตัวเอง และนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะต้องอดทนกับความอยากบุหรี่ให้ได้
ไบร์ทเล่าว่า หากวันนี้ไม่เลือกสู้กับความอยาก วันหนึ่งอาจต้องไปต่อสู้กับความเจ็บป่วยบนเตียงคนไข้ในวันที่สายเกินไป จึงใช้เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อ แม้ในช่วงแรกจะต้องเผชิญกับความอยากบุหรี่ก็ตาม
ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเลิกบุหรี่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “ความตั้งใจ” แต่ยังเกี่ยวข้องกับการพึ่งพานิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจึงอาจเกิดอาการอยากสูบ หงุดหงิด กระสับกระส่าย สมาธิลดลง หรือมีความต้องการสูบบุหรี่อย่างมากเมื่อหยุดสูบ
สรุปข่าว
ไบร์ท-นรภัทร วิไลพันธุ์ นักแสดงหนุ่ม ออกมาเปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวว่า สามารถเลิกบุหรี่ได้เกือบ 3 เดือนแล้ว หลังจากสูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย โดยที่ผ่านมาเจ้าตัวเคยสูบบุหรี่หลายรูปแบบ ทั้งบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า และพอต ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองพึ่งพานิโคตินมากขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงที่ติดพอต เจ้าตัวเล่าว่าต้องมีติดมือไว้ตลอดเวลา ทั้งตอนขับรถและแม้กระทั่งตอนนอน หากไม่ได้สูบจะรู้สึกหงุดหงิด และหากลืมไว้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังจากไบร์ทตัดสินใจเลิกบุหรี่ และผ่านช่วงแรกของการหยุดสูบไปได้ประมาณ 2–3 วัน จากนั้นมีโอกาสไปเห็นคุณลุงที่กำลังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ภาพดังกล่าวทำให้เจ้าตัวฉุกคิดถึงสุขภาพของตัวเอง และนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะต้องอดทนกับความอยากบุหรี่ให้ได้
ไบร์ทเล่าว่า หากวันนี้ไม่เลือกสู้กับความอยาก วันหนึ่งอาจต้องไปต่อสู้กับความเจ็บป่วยบนเตียงคนไข้ในวันที่สายเกินไป จึงใช้เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าต่อ แม้ในช่วงแรกจะต้องเผชิญกับความอยากบุหรี่ก็ตาม
ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเลิกบุหรี่ไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “ความตั้งใจ” แต่ยังเกี่ยวข้องกับการพึ่งพานิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจึงอาจเกิดอาการอยากสูบ หงุดหงิด กระสับกระส่าย สมาธิลดลง หรือมีความต้องการสูบบุหรี่อย่างมากเมื่อหยุดสูบ
เลิกบุหรี่ ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงแรก
การหยุดสูบบุหรี่ส่งผลดีต่อสุขภาพตั้งแต่ช่วงแรก โดยร่างกายจะค่อย ๆ ฟื้นตัวจากผลกระทบของควันบุหรี่และสารเคมีต่าง ๆ
หลังหยุดสูบ อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตจะเริ่มลดลงจากระดับที่เพิ่มขึ้นจากการสูบบุหรี่ ขณะที่ระดับคาร์บอนมอนอกไซด์ในเลือดจะลดลง และเมื่อเวลาผ่านไป ระบบไหลเวียนเลือดและการทำงานของปอดจะค่อย ๆ ดีขึ้น
ในระยะยาว การเลิกบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอดเรื้อรัง และมะเร็งหลายชนิด เมื่อเทียบกับการสูบบุหรี่ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเลิกบุหรี่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงต่อโรคจะหายไปทันที แต่เป็นการเริ่มต้นกระบวนการลดความเสี่ยงและฟื้นฟูสุขภาพ โดยยิ่งเลิกได้เร็วและไม่กลับไปสูบอีก ผลดีต่อสุขภาพก็จะยิ่งมากขึ้น
“หักดิบ” ไม่ใช่วิธีเดียวในการเลิกบุหรี่
กรณีของไบร์ทเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลที่สามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ต้องการเลิกบุหรี่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องเลิกด้วยวิธีเดียวกัน
สำหรับผู้ที่ติดนิโคติน การเลิกบุหรี่อาจทำได้ยาก และการกลับไปสูบซ้ำไม่ได้หมายความว่าล้มเหลว แต่ควรนำประสบการณ์นั้นมาปรับแผนและเริ่มต้นใหม่
ปัจจุบันมีแนวทางช่วยเลิกบุหรี่หลายรูปแบบ ทั้งการให้คำปรึกษา การปรับพฤติกรรม รวมถึงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ทดแทนนิโคตินภายใต้คำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งสามารถช่วยลดอาการถอนนิโคตินและเพิ่มโอกาสในการเลิกบุหรี่ได้
สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อยากสูบ และเตรียมวิธีรับมือเมื่อเกิดความอยาก เช่น เปลี่ยนกิจกรรม ดื่มน้ำ เดินออกจากบริเวณที่มีคนสูบบุหรี่ หรือขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิด
เรื่องราวของไบร์ทจึงไม่ได้สะท้อนเพียงการ “เลิกบุหรี่เกือบ 3 เดือน” แต่ยังสะท้อนถึงการตัดสินใจกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเอง โดยเจ้าตัวระบุว่า เหตุผลสำคัญของการเลิกครั้งนี้คือ “ทำเพื่อตัวเอง”
สำหรับคนที่ยังสูบบุหรี่ การตัดสินใจเลิกแม้เพียงวันนี้ ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการหยุดสูบบุหรี่ และทุกวันที่ไม่สูบ คืออีกหนึ่งวันที่ร่างกายได้ลดการสัมผัสสารพิษจากควันบุหรี่
- ภัย บุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้า สูญเศรษฐกิจ 3.5 แสนล้าน แนะขึ้นภาษีลดการสูบก่อนวัยอันควร
- เตือนภัย “นิโคตินถุง” เสี่ยงรับพิษเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือด
- เปิด 5 กลุ่มโรคซับซ้อนของคนไทย ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- การวิจัยชี้ ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงโรคอ้วนมากขึ้น
- งานวิจัยชี้ กินอาหารโปรตีนสูงตอนเช้า ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่า
ที่มาข้อมูล : brightnorr
ที่มารูปภาพ : brightnorr
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
