
รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "หมอหมู วีระศักดิ์" เกี่ยวกับ “ลูบแขนแล้วเบลอ” ป้าย Scopolamine ได้จริงไหม? โดยระบุว่า
“ลูบแขนแล้วเบลอ” ป้าย Scopolamine ได้จริงไหม? เภสัชวิทยาตอบอย่างไร
ถ้ามีคนเอา scopolamine มาทาผิวหนังหรือลูบแขนเรา แล้วทำให้เราเบลอจนควบคุมการตัดสินใจไม่ได้ภายในไม่กี่นาที แบบที่เป็นข่าว เป็นไปได้จริงไหมครับ?
คำตอบคือ scopolamine สามารถออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางได้จริง และสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้จริง แต่รูปแบบการออกฤทธิ์ผ่านผิวหนังไม่ได้เร็วแบบที่เราเห็นในหนัง หรือที่มักเล่ากันว่าแตะปุ๊บ เบลอปั๊บ
ข้อมูลจากฉลากยาของ scopolamine ชนิดแผ่นแปะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการนำยาผ่านผิวหนัง ระบุว่า หลังติดแผ่นยา จะเริ่มตรวจพบ scopolamine ในกระแสเลือดประมาณ 4 ชั่วโมง และระดับยาโดยเฉลี่ยจะสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง หลังติดยา
ตัวแผ่นยาไม่ได้ปล่อยยาทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายทันที แต่ถูกออกแบบให้ปล่อย scopolamine อย่างต่อเนื่องประมาณ 1 มิลลิกรัมตลอด 3 วัน หรือประมาณ 72 ชั่วโมง
ดังนั้น ถ้าถามว่า “Scopolamine ผ่านผิวหนังได้ไหม?” ตอบว่า ได้จริงครับ
แต่ถ้าถามว่า “แค่เอา scopolamine มาลูบแขนไม่กี่วินาที แล้วทำให้เบลอภายในไม่กี่นาทีได้หรือไม่?”
ตรงนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางเภสัชวิทยาที่เพียงพอให้เราพูดว่าเกิดขึ้นได้ง่ายหรือเกิดขึ้นทันทีแบบนั้น
เพราะการดูดซึมผ่านผิวหนังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบของยา ความเข้มข้น พื้นที่สัมผัส ระยะเวลาที่สัมผัส สภาพผิว และระบบนำส่งยา

สรุปข่าว
รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "หมอหมู วีระศักดิ์" เกี่ยวกับ “ลูบแขนแล้วเบลอ” ป้าย Scopolamine ได้จริงไหม? โดยระบุว่า
“ลูบแขนแล้วเบลอ” ป้าย Scopolamine ได้จริงไหม? เภสัชวิทยาตอบอย่างไร
ถ้ามีคนเอา scopolamine มาทาผิวหนังหรือลูบแขนเรา แล้วทำให้เราเบลอจนควบคุมการตัดสินใจไม่ได้ภายในไม่กี่นาที แบบที่เป็นข่าว เป็นไปได้จริงไหมครับ?
คำตอบคือ scopolamine สามารถออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางได้จริง และสามารถดูดซึมผ่านผิวหนังได้จริง แต่รูปแบบการออกฤทธิ์ผ่านผิวหนังไม่ได้เร็วแบบที่เราเห็นในหนัง หรือที่มักเล่ากันว่าแตะปุ๊บ เบลอปั๊บ
ข้อมูลจากฉลากยาของ scopolamine ชนิดแผ่นแปะ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการนำยาผ่านผิวหนัง ระบุว่า หลังติดแผ่นยา จะเริ่มตรวจพบ scopolamine ในกระแสเลือดประมาณ 4 ชั่วโมง และระดับยาโดยเฉลี่ยจะสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง หลังติดยา
ตัวแผ่นยาไม่ได้ปล่อยยาทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายทันที แต่ถูกออกแบบให้ปล่อย scopolamine อย่างต่อเนื่องประมาณ 1 มิลลิกรัมตลอด 3 วัน หรือประมาณ 72 ชั่วโมง
ดังนั้น ถ้าถามว่า “Scopolamine ผ่านผิวหนังได้ไหม?” ตอบว่า ได้จริงครับ
แต่ถ้าถามว่า “แค่เอา scopolamine มาลูบแขนไม่กี่วินาที แล้วทำให้เบลอภายในไม่กี่นาทีได้หรือไม่?”
ตรงนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางเภสัชวิทยาที่เพียงพอให้เราพูดว่าเกิดขึ้นได้ง่ายหรือเกิดขึ้นทันทีแบบนั้น
เพราะการดูดซึมผ่านผิวหนังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งรูปแบบของยา ความเข้มข้น พื้นที่สัมผัส ระยะเวลาที่สัมผัส สภาพผิว และระบบนำส่งยา

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ scopolamine patch ซึ่งเป็นระบบนำส่งยาที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่เอาสาร scopolamine มาป้ายบนผิวหนังธรรมดา ๆ
งานทบทวนด้านเภสัชจลนศาสตร์พบว่า ระบบแผ่นแปะต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะได้ระดับยาในเลือดที่มีฤทธิ์ โดยระดับที่ใช้ในการรักษาเริ่มเข้าใกล้เป้าหมายประมาณ 6 ชั่วโมง และระดับคงที่ใช้เวลาประมาณ 8–12 ชั่วโมง
เพราะฉะนั้น คำว่า “ผ่านผิวหนังได้” ไม่ได้แปลว่า “ผ่านผิวหนังแล้วออกฤทธิ์ทันที” นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมากครับ
ทีนี้กลับมาที่ข่าวหญิงวัย 59 ปี เจ้าของร้านเสริมสวยที่เล่าว่า มีหญิงสาวเข้ามาพูดจาหว่านล้อมเรื่องสินค้าสวัสดิการ และระหว่างพูดคุยมีการลูบหรือปัดแขน ก่อนที่เธอจะรู้สึกเหม่อลอยและตัดสินใจโอนเงิน 7,500 บาท
ถ้าถามว่า “เป็นไปได้ไหมว่ามีสารเกี่ยวข้อง?” ผมจะตอบว่า ยังไม่สามารถตัดทิ้งได้จากเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียว
เพราะมีหลักฐานทางนิติพิษวิทยาว่า scopolamine เคยเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่ใช้ยาเป็นตัวช่วยจริง
งานของ Lusthof และคณะในปี 2017 รายงานคดีปล้นที่เกี่ยวข้องกับ scopolamine จำนวน 3 ราย โดยมีหนึ่งรายเสียชีวิตและอีกสองรายไม่เสียชีวิต และตรวจพบ scopolamine ในตัวอย่างทางชีวภาพของผู้เสียหาย
แต่ตรงนี้ต้องระวังมาก

รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)
งานวิจัยนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่า “ลูบแขนไม่กี่วินาทีแล้ว scopolamine จะทำให้คนเบลอทันที” มันพิสูจน์เพียงว่า scopolamine สามารถเกี่ยวข้องกับ drug-facilitated crime และสามารถตรวจพบในผู้เสียหายได้
ดังนั้น เราไม่ควรเอางานวิจัยนี้มาใช้ฟันธงว่าผู้หญิงในข่าวถูกป้ายยา เพราะในข่าวนี้ สิ่งที่เรามีคือ คำบอกเล่าของผู้เสียหายว่าเธอรู้สึกเบลอและสงสัยว่าถูกป้ายยา แต่สิ่งที่เรายังไม่มี คือ สารอะไรถูกใช้ ได้รับสารทางไหน ได้รับปริมาณเท่าไร และที่สำคัญที่สุด ตรวจพบสารนั้นในร่างกายหรือไม่ นี่คือจุดที่แพทย์นิติเวชและนักพิษวิทยาจะเข้ามาตอบ
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระวังคือ อาการ “เบลอ” หรือ “เหม่อลอย” ไม่ได้จำเพาะกับ scopolamine
ข้อมูลจาก เพจ "หมอหมู วีระศักดิ์" รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)
- งานวิจัยใหม่ค้นพบ "ยารักษาข้ออักเสบ" ช่วยคนเป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม ให้กลับมามีผมบนหัวอีกครั้ง !!
- “อังกฤษ” ทุ่มงบ 890 ล้านบาท ตั้ง “ศูนย์วิจัย AI” ปฏิวัติการผลิตยา ลดใช้สัตว์ทดลอง
- สรุปดราม่า หนุ่มปากีสถานอนาจารบนเครื่องบิน สาวไทยเดินหน้าเอาผิดส่งกางเกงตรวจ DNA
- ยาก่อนอาหาร-ยาหลังอาหาร กินตอนไหนได้ผลดีที่สุด? คู่มือฉบับเข้าใจง่าย
- อุตุฯ เตือนพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมากวันที่ 22 พ.ค. 69
ที่มาข้อมูล : รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)
ที่มารูปภาพ : รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ,Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
