แพทย์ผ่าตัดเผยภาพก้อนมะเร็งตับขนาด 1 ฟุต ใครคือกลุ่มเสี่ยง

Share on Line Share on Facebook Share on X

นายแพทย์บรรณ วิทยชำนาญกุล วุฒิบัตรศัลยกรรมศาสตร์ อนุสาขาตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี เปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอในเพจ “หมอผ่าตับ” ถึงเคสการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งตับที่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ถึง 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฟุต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเคสที่มีความซับซ้อนสูง

การผ่าตัดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.50 น. และเสร็จสิ้นประมาณ 19.00 น. แต่หากนับระยะเวลาการผ่าตัดทั้งหมด ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากและอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้การผ่าตัดมีความยากเป็นพิเศษ

ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงขนาดของก้อนมะเร็งเท่านั้น แต่ก้อนดังกล่าวยังไปกดเบียดบริเวณหลอดเลือดดำ ทำให้ทีมแพทย์ต้องค่อยๆ แยกก้อนมะเร็งออกจากหลอดเลือดอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ ก้อนมะเร็งยังติดกับบริเวณกระบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างช่องอกกับช่องท้อง จึงต้องใช้ความละเอียดในการเลาะก้อนออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย


สรุปข่าว

ศัลยแพทย์ผ่ามะเร็งตับก้อนยักษ์ 30 เซนติเมตร เผยเคสสุดท้าทาย ก้อนกดเบียดหลอดเลือด-กระบังลม

นายแพทย์บรรณ วิทยชำนาญกุล วุฒิบัตรศัลยกรรมศาสตร์ อนุสาขาตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี เปิดเผยผ่านคลิปวิดีโอในเพจ “หมอผ่าตับ” ถึงเคสการผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งตับที่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ถึง 30 เซนติเมตร หรือประมาณ 1 ฟุต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเคสที่มีความซับซ้อนสูง

การผ่าตัดเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 14.50 น. และเสร็จสิ้นประมาณ 19.00 น. แต่หากนับระยะเวลาการผ่าตัดทั้งหมด ใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมง เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากและอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้การผ่าตัดมีความยากเป็นพิเศษ

ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงขนาดของก้อนมะเร็งเท่านั้น แต่ก้อนดังกล่าวยังไปกดเบียดบริเวณหลอดเลือดดำ ทำให้ทีมแพทย์ต้องค่อยๆ แยกก้อนมะเร็งออกจากหลอดเลือดอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ ก้อนมะเร็งยังติดกับบริเวณกระบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่กั้นระหว่างช่องอกกับช่องท้อง จึงต้องใช้ความละเอียดในการเลาะก้อนออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย


ไวรัสตับอักเสบ B และ C ปัจจัยสำคัญของมะเร็งตับ

นพ.บรรณ ให้ข้อมูลถึงปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบ B และ C ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับได้

สำหรับประเทศไทย ไวรัสตับอักเสบ B เป็นปัจจัยหนึ่งที่พบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งตับในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย โดยเชื้อสามารถติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ และสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้

ดังนั้น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B รวมถึงผู้ที่มีคู่สมรสหรือคู่นอนติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ควรเข้ารับการตรวจและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพตับกับแพทย์อย่างเหมาะสม



ดื่มสุรา-ไขมันพอกตับ เพิ่มความเสี่ยง

นอกจากไวรัสตับอักเสบแล้ว การดื่มสุราเป็นเวลานานยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อตับ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบและตับแข็งเรื้อรัง ซึ่งเพิ่มโอกาสพัฒนาไปสู่มะเร็งตับได้

ขณะเดียวกัน ปัจจุบันยังพบปัจจัยเสี่ยงจากโรคตับที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะภาวะไขมันพอกตับที่มีความรุนแรง ซึ่งพบได้ในผู้ที่มีภาวะอ้วน เบาหวาน หรือมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานสูงและมีคาร์โบไฮเดรตสูง

หากเกิดไขมันสะสมในตับเป็นเวลานานและมีการอักเสบรุนแรง อาจนำไปสู่พังผืด ตับแข็ง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับได้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสุขภาพตับในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อหรือการดื่มสุราเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย

ก้อนมะเร็งหนัก เสียเลือด 1,500 ซีซี แต่ผ่าตัดสำเร็จ

หลังการผ่าตัด นพ.บรรณ ระบุว่า รู้สึกดีใจที่สามารถนำก้อนมะเร็งขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดประมาณ 1 ฟุตและมีน้ำหนักมากออกจากช่องท้องของผู้ป่วยได้สำเร็จ แม้การผ่าตัดจะมีความซับซ้อนและผู้ป่วยเสียเลือดประมาณ 1,500 ซีซี ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมาก แต่สุดท้ายผู้ป่วยมีอาการปลอดภัยดี

เคสดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการรักษามะเร็งตับ โดยเฉพาะเมื่อก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่และอยู่ใกล้กับอวัยวะหรือโครงสร้างสำคัญ การตรวจพบโรคและประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญ เพราะอาจช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม

ที่มาข้อมูล : FACEBOOK หมอผ่าตับ

ที่มารูปภาพ : FACEBOOK หมอผ่าตับ

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ

แท็กบทความ