เฝ้าระวังเข้ม “อหิวาตกโรค” หลังพบการระบาดในย่างกุ้ง 149 ราย เสียชีวิต 1 ราย

Share on Line Share on Facebook Share on X
เฝ้าระวังเข้ม “อหิวาตกโรค” หลังพบการระบาดในย่างกุ้ง  149 ราย เสียชีวิต 1 ราย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า (18 สิงหาคม 2569)  จากการติดตามข้อมูลทางการและสื่อท้องถิ่นเมียนมา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นครย่างกุ้งมีผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสะสมประมาณ 500 ราย ในจำนวนนี้ให้ผลบวกจากการตรวจคัดกรองอหิวาตกโรค 149 ราย และได้รับการยืนยันเชื้อ Vibrio cholerae โดยห้องปฏิบัติการสุขภาพแห่งชาติเมียนมา 9 ราย ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผย serogroup, serotype หรือ biotype ของเชื้อ โดยพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจและโรคปอดเดิม โดยทางการเมียนมายังไม่ได้ยืนยันว่าเสียชีวิตจากอหิวาตกโรคโดยตรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่กระจุกตัวในเขตใจกลางย่างกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารและแผงจำหน่ายอาหารริมทางหนาแน่น ทางการเมียนมาได้ตรวจสอบคุณภาพอาหารและน้ำ ทำความสะอาดระบบประปา เพิ่มการใช้คลอรีน ฆ่าเชื้อบริเวณบ้านผู้ป่วย และระงับการจำหน่ายอาหารริมทางที่มีความเสี่ยงเป็นการชั่วคราว โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าจำนวนผู้ป่วยรับใหม่มีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

จากข้อมูลปัจจุบัน กรมควบคุมโรคประเมินความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ไม่ติดต่อทางการหายใจหรือการสัมผัสทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสพบผู้ป่วยเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีการเดินทางระหว่างไทยกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง


สรุปข่าว

กระทรวงสาธารณสุขติดตามสถานการณ์อหิวาตกโรคในนครย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น พร้อมสั่งการกรมควบคุมโรคยกระดับการเฝ้าระวัง ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ สถานพยาบาล และชุมชนชายแดน รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสอบสวนควบคุมโรค ย้ำประชาชนยังไม่ควรตื่นตระหนก ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปพื้นที่ระบาดต้องระมัดระวังอาหารและน้ำ และพิจารณารับวัคซีนป้องกันโรคล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่เดินทางกลับ หากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำจำนวนมาก หรืออาเจียน ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า (18 สิงหาคม 2569)  จากการติดตามข้อมูลทางการและสื่อท้องถิ่นเมียนมา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม 2569 นครย่างกุ้งมีผู้ป่วยอุจจาระร่วงรุนแรง เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสะสมประมาณ 500 ราย ในจำนวนนี้ให้ผลบวกจากการตรวจคัดกรองอหิวาตกโรค 149 ราย และได้รับการยืนยันเชื้อ Vibrio cholerae โดยห้องปฏิบัติการสุขภาพแห่งชาติเมียนมา 9 ราย ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผย serogroup, serotype หรือ biotype ของเชื้อ โดยพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคหัวใจและโรคปอดเดิม โดยทางการเมียนมายังไม่ได้ยืนยันว่าเสียชีวิตจากอหิวาตกโรคโดยตรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่กระจุกตัวในเขตใจกลางย่างกุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีร้านอาหารและแผงจำหน่ายอาหารริมทางหนาแน่น ทางการเมียนมาได้ตรวจสอบคุณภาพอาหารและน้ำ ทำความสะอาดระบบประปา เพิ่มการใช้คลอรีน ฆ่าเชื้อบริเวณบ้านผู้ป่วย และระงับการจำหน่ายอาหารริมทางที่มีความเสี่ยงเป็นการชั่วคราว โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าจำนวนผู้ป่วยรับใหม่มีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

จากข้อมูลปัจจุบัน กรมควบคุมโรคประเมินความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากโรคติดต่อผ่านการบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน ไม่ติดต่อทางการหายใจหรือการสัมผัสทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และยังมีโอกาสพบผู้ป่วยเดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากมีการเดินทางระหว่างไทยกับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

1) ติดตามสถานการณ์ ประเมินความเสี่ยง และประสานข้อมูลกับเมียนมา องค์การอนามัยโลก และเครือข่ายระหว่างประเทศ 

2) เพิ่มการเฝ้าระวังและคัดกรองอาการ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ พร้อมให้คำแนะนำและส่งต่อผู้ป่วยสงสัย 

3) ให้สถานพยาบาล โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนและพื้นที่ที่มีชุมชนชาวเมียนมา เพิ่มความไวในการตรวจจับ ซักประวัติการเดินทาง เก็บตัวอย่าง และรายงานผู้ป่วยโดยเร็ว 

4) เตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการและระบบขนส่งตัวอย่าง เพื่อยืนยันและจำแนกเชื้อ 

5) เตรียมทีมสอบสวนและควบคุมโรคให้พร้อมตอบโต้ทันที 

6) ตรวจเข้มสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ ห้องสุขา และระบบกำจัดสิ่งปฏิกูล โดยเฉพาะชุมชนแรงงานต่างด้าวและพื้นที่พักอาศัยรวม


ด้านนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่กำลังจะเดินทางไปเมียนมา หากไม่มีความจำเป็น ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่พบผู้ป่วยจำนวนมาก หากจำเป็นต้องเดินทาง อาจพิจารณารับวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดรับประทาน 2 ครั้ง ห่างกัน 2 สัปดาห์ และควรดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวดที่ปิดสนิทหรือน้ำต้มสุก หลีกเลี่ยงน้ำแข็งที่ไม่ทราบแหล่งผลิต เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่และยังร้อน งดอาหารดิบ อาหารทะเลดิบ ผักสด ผลไม้ที่ปอกทิ้งไว้ และอาหารริมทางที่ไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งล้างมือด้วยสบู่ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ ติดตามประกาศของทางการเมียนมา และควรเตรียมผงน้ำตาลเกลือแร่ ORS ไว้ใช้เบื้องต้น

 สำหรับผู้ที่เดินทางกลับจากเมียนมา ขอให้สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 5 วัน หากมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำมาก อาเจียน กระหายน้ำ ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย อ่อนเพลีย หรือหน้ามืด ให้จิบสารละลายเกลือแร่ ORS ตามคำแนะนำบนซองและรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาหยุดถ่ายรับประทานเอง และควรงดประกอบอาหารให้ผู้อื่นจนกว่าจะได้รับการประเมินจากบุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุข ทั้งนี้ อหิวาตกโรครักษาได้ หากได้รับสารน้ำและการดูแลอย่างรวดเร็ว แต่ในรายที่ถ่ายเหลวรุนแรงอาจสูญเสียน้ำจนช็อกและเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด” ดื่มน้ำสะอาด และล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ หากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มาข้อมูล : กรมควบคุมโรค

ที่มารูปภาพ : CANVA

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ