"นิ้วเทียม 3 มิติ" เสมือนจริง! สุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทย ผลิตซ้ำได้ไม่ต้องง้อช่าง! คืนชีวิตใหม่ให้ผู้สูญเสีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
"นิ้วเทียม 3 มิติ" เสมือนจริง! สุดยอดนวัตกรรมฝีมือคนไทย ผลิตซ้ำได้ไม่ต้องง้อช่าง! คืนชีวิตใหม่ให้ผู้สูญเสีย

การสูญเสียนิ้วมือจากอุบัติเหตุ โรค หรือความพิการแต่กำเนิด ไม่เพียงส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังกระทบต่อความมั่นใจและการเข้าสังคมของผู้ป่วยด้วย ในปัจจุบันกระบวนการผลิต “นิ้วเทียมเสมือนจริง” เพื่อความสวยงามยังคงพึ่งพากระบวนการแบบดั้งเดิมซึ่งต้องอาศัยช่างฝีมือหรือนักกายอุปกรณ์ที่มีความชำนาญสูง


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงพัฒนาการผลิตนิ้วเทียมเฉพาะบุคคลรูปแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติชนิดเรซิน ร่วมกับการพัฒนาวัสดุเรซินไวแสงที่มีสมบัติอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยลดความซับซ้อนและระยะเวลาในการผลิต อีกทั้งยังสามารถผลิตซ้ำได้ตามมาตรฐานเดียวกัน ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ดร.รวิภัทร มณีโชติ ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ข้อจำกัดของกระบวนการผลิตนิ้วเทียมแบบดั้งเดิมคือ จำนวนช่างฝีมือในประเทศไทยมีน้อยมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอรับบริการเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หากนิ้วเทียมเดิมชำรุดหรือสูญหาย ช่างจะต้องเริ่มกระบวนการผลิตใหม่ตั้งแต่ต้นซึ่งใช้ทั้งเวลาและความชำนาญสูง


“ทีมวิจัยเอ็มเทคมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวัสดุนิ่มและยืดหยุ่นที่สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์สามมิติราคาย่อมเยาที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด จึงได้พัฒนาวัสดุที่มีสมบัติคล้ายซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์ปัจจุบัน และสามารถนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติได้ซึ่งข้อดีของการผลิตด้วยวิธีนี้คือ ทำได้รวดเร็วกว่าวิธีเดิมมาก จึงช่วยลดระยะเวลาการผลิต คนไข้ไม่ต้องรอนาน อีกทั้งยังผลิตซ้ำได้ง่าย เนื่องจากมีไฟล์ดิจิทัลต้นแบบ หากต้องการนิ้วใหม่ก็สามารถสั่งพิมพ์ได้ทันที และที่สำคัญคือ ความแม่นยำสูง ให้รูปร่างที่สมจริงตามสรีระเฉพาะบุคคล”


ดร.รวิภัทรอธิบายขั้นตอนการผลิตนิ้วเทียมเสมือนจริงเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติว่า เริ่มจากการเก็บข้อมูลสรีระด้วยเครื่องสแกน 3 มิติ (3D Scanner) กรณีที่คนไข้มีนิ้วเหลืออยู่ข้างหนึ่ง จะใช้การสแกนนิ้วข้างที่สมบูรณ์เพื่อเป็นต้นแบบให้มีความใกล้เคียงของจริงที่สุด กรณีที่สูญเสียนิ้วทั้งสองข้าง ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบนิ้วที่สวยงามขึ้นมาใหม่ให้เหมาะกับผู้ป่วย จากนั้นนำไฟล์โมเดล 3 มิติเข้าสู่เครื่องพิมพ์ และสั่งพิมพ์โดยใช้น้ำยาเรซินสูตรพิเศษที่เอ็มเทคพัฒนาขึ้น

ดร.รวิภัทร มณีโชติ ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช.

สรุปข่าว

นักวิจัยไทยพลิกโฉมการผลิตนิ้วเทียมเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีสแกนและพิมพ์ 3 มิติร่วมกับเรซินสูตรพิเศษ ช่วยลดเวลารอช่างฝีมือ นวัตกรรมนี้สร้างนิ้วได้รวดเร็ว เสมือนจริง สั่งพิมพ์ซ้ำได้ทันที และผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมใช้งานเพื่อคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยแล้ว

การสูญเสียนิ้วมือจากอุบัติเหตุ โรค หรือความพิการแต่กำเนิด ไม่เพียงส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังกระทบต่อความมั่นใจและการเข้าสังคมของผู้ป่วยด้วย ในปัจจุบันกระบวนการผลิต “นิ้วเทียมเสมือนจริง” เพื่อความสวยงามยังคงพึ่งพากระบวนการแบบดั้งเดิมซึ่งต้องอาศัยช่างฝีมือหรือนักกายอุปกรณ์ที่มีความชำนาญสูง


กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวจึงพัฒนาการผลิตนิ้วเทียมเฉพาะบุคคลรูปแบบใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติชนิดเรซิน ร่วมกับการพัฒนาวัสดุเรซินไวแสงที่มีสมบัติอ่อนนุ่มและยืดหยุ่น ช่วยลดความซับซ้อนและระยะเวลาในการผลิต อีกทั้งยังสามารถผลิตซ้ำได้ตามมาตรฐานเดียวกัน ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ดร.รวิภัทร มณีโชติ ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช. กล่าวว่า ข้อจำกัดของกระบวนการผลิตนิ้วเทียมแบบดั้งเดิมคือ จำนวนช่างฝีมือในประเทศไทยมีน้อยมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรอรับบริการเป็นเวลานาน นอกจากนี้ หากนิ้วเทียมเดิมชำรุดหรือสูญหาย ช่างจะต้องเริ่มกระบวนการผลิตใหม่ตั้งแต่ต้นซึ่งใช้ทั้งเวลาและความชำนาญสูง


“ทีมวิจัยเอ็มเทคมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวัสดุนิ่มและยืดหยุ่นที่สามารถใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์สามมิติราคาย่อมเยาที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด จึงได้พัฒนาวัสดุที่มีสมบัติคล้ายซิลิโคนที่ใช้ในทางการแพทย์ปัจจุบัน และสามารถนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติได้ซึ่งข้อดีของการผลิตด้วยวิธีนี้คือ ทำได้รวดเร็วกว่าวิธีเดิมมาก จึงช่วยลดระยะเวลาการผลิต คนไข้ไม่ต้องรอนาน อีกทั้งยังผลิตซ้ำได้ง่าย เนื่องจากมีไฟล์ดิจิทัลต้นแบบ หากต้องการนิ้วใหม่ก็สามารถสั่งพิมพ์ได้ทันที และที่สำคัญคือ ความแม่นยำสูง ให้รูปร่างที่สมจริงตามสรีระเฉพาะบุคคล”


ดร.รวิภัทรอธิบายขั้นตอนการผลิตนิ้วเทียมเสมือนจริงเฉพาะบุคคลด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติว่า เริ่มจากการเก็บข้อมูลสรีระด้วยเครื่องสแกน 3 มิติ (3D Scanner) กรณีที่คนไข้มีนิ้วเหลืออยู่ข้างหนึ่ง จะใช้การสแกนนิ้วข้างที่สมบูรณ์เพื่อเป็นต้นแบบให้มีความใกล้เคียงของจริงที่สุด กรณีที่สูญเสียนิ้วทั้งสองข้าง ผู้เชี่ยวชาญจะใช้ซอฟต์แวร์ในการออกแบบนิ้วที่สวยงามขึ้นมาใหม่ให้เหมาะกับผู้ป่วย จากนั้นนำไฟล์โมเดล 3 มิติเข้าสู่เครื่องพิมพ์ และสั่งพิมพ์โดยใช้น้ำยาเรซินสูตรพิเศษที่เอ็มเทคพัฒนาขึ้น

ดร.รวิภัทร มณีโชติ ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช.

นิ้วที่พิมพ์ออกมาในช่วงแรกจะเป็นสีเดียว หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการตกแต่งสีและรายละเอียดผิวหนังเพิ่มเติมเพื่อให้ดูเสมือนจริงและเหมาะสมกับสีผิวของผู้ป่วยแต่ละบุคคล โดยนิ้วเทียมนี้มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับนิ้วเทียมซิลิโคนแบบดั้งเดิม นอกจากความสวยงามแล้วผู้ป่วยยังสามารถเสริมไลฟ์สไตล์ได้ เช่น การทาเล็บ หรือแม้แต่การติดเล็บปลอมทับลงไปเพื่อเปลี่ยนสีเล็บตามความต้องการ


ทั้งนี้โครงการวิจัยนิ้วเทียมเสมือนจริงเฉพาะบุคคลได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยระยะแรกจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยมีบริษัทหาญ เอ็นจิเนียริ่ง โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยระยะที่สองจากสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.) โดยมีบริษัทโมลลิซ่า จำกัด เป็นผู้ร่วมสนับสนุน


ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่บริษัทโมลลิซ่า จำกัด โดยบริษัทได้จัดตั้งสถานที่ผลิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพสำหรับเครื่องมือแพทย์ ISO 13485:2016 และผลิตภัณฑ์นิ้วเทียมดังกล่าวได้รับใบรับจดแจ้งเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นที่เรียบร้อย ทำให้พร้อมสำหรับการผลิตและจำหน่ายเพื่อเข้าถึงผู้ป่วยที่ต้องการกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นใจอีกครั้ง

ความสำเร็จของงานวิจัยนี้สะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของงานวิจัยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากนวัตกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของประเทศบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน


ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมนิ้วเทียมเสมือนจริงเฉพาะบุคคลหรือเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติสำหรับการแพทย์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ทีมวิจัยวัสดุเฉพาะทางสำหรับการประยุกต์ใช้ทางวิศวกรรม กลุ่มวิจัยการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการคำนวณ เอ็มเทค สวทช. โทรศัพท์ 0 2564 6500 ต่อ 4355

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง