เจลาโตแคลอรีน้อยกว่าไอศกรีมจริงหรือ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เจลาโตแคลอรีน้อยกว่าไอศกรีมจริงหรือ

หลายคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือใส่ใจสุขภาพ มักเลือก "เจลาโต (Gelato)" แทนไอศกรีม เพราะเชื่อว่ามีแคลอรีน้อยกว่า แต่ความจริงเป็นอย่างไร และหากอยากกินของหวานโดยไม่รู้สึกผิด ควรเลือกแบบไหน

เจลาโตคืออะไร


เจลาโตเป็นของหวานแช่แข็งสัญชาติอิตาลี มีส่วนผสมหลักคล้ายไอศกรีม ได้แก่ นม น้ำตาล และวัตถุดิบแต่งรส เช่น ผลไม้ ถั่ว หรือช็อกโกแลต แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ เจลาโต้ใช้นมเป็นส่วนประกอบหลัก และใช้ครีมน้อยกว่า จึงมีปริมาณไขมันต่ำกว่าไอศกรีมทั่วไป

นอกจากนี้ กระบวนการปั่นเจลาโตจะเติมอากาศเข้าไปน้อยกว่า ทำให้เนื้อสัมผัสแน่น เนียน และมีรสชาติเข้มข้น แม้จะมีไขมันน้อยกว่า


เจลาโตแคลอรีน้อยกว่าไอศกรีมจริงไหม


โดยทั่วไป คำตอบคือ "ใช่" หากเปรียบเทียบในปริมาณที่เท่ากัน


เจลาโต้ 1/2 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 160 กิโลแคลอรี

ไอศกรีมทั่วไป 1/2 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 200–210 กิโลแคลอรี


ความแตกต่างเกิดจากปริมาณไขมันที่ต่ำกว่า เนื่องจากเจลาโตใช้นมมากกว่าครีม ทำให้พลังงานรวมลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงค่าเฉลี่ย เพราะแคลอรีที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน


อย่าดูแค่แคลอรี เพราะน้ำตาลก็สำคัญ


แม้เจลาโตจะมีไขมันต่ำกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำตาลน้อยกว่าเสมอไป

เจลาโตหลายรส โดยเฉพาะรสช็อกโกแลต คาราเมล คุกกี้ พิสตาชิโอ หรือสูตรที่มีซอสและท็อปปิง อาจมีปริมาณน้ำตาลและพลังงานสูงไม่ต่างจากไอศกรีมทั่วไป

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก จึงควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลรวมและขนาดของเสิร์ฟควบคู่กัน



สรุปข่าว

แม้เจลาโตจะมีแคลอรีและไขมันต่ำกว่าไอศกรีมทั่วไปในหลายกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นของหวานที่รับประทานได้ไม่จำกัด เพราะน้ำตาล ขนาดของเสิร์ฟ และท็อปปิงต่าง ๆ ล้วนเพิ่มพลังงานได้อย่างมาก ดังนั้น หากอยากเลือกของหวานที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ควรเน้น "กินอย่างพอดี" มากกว่ามองเพียงว่าอาหารชนิดใดมีแคลอรีต่ำกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว ความสมดุลของการรับประทานอาหารทั้งวัน คือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี

หลายคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักหรือใส่ใจสุขภาพ มักเลือก "เจลาโต (Gelato)" แทนไอศกรีม เพราะเชื่อว่ามีแคลอรีน้อยกว่า แต่ความจริงเป็นอย่างไร และหากอยากกินของหวานโดยไม่รู้สึกผิด ควรเลือกแบบไหน

เจลาโตคืออะไร


เจลาโตเป็นของหวานแช่แข็งสัญชาติอิตาลี มีส่วนผสมหลักคล้ายไอศกรีม ได้แก่ นม น้ำตาล และวัตถุดิบแต่งรส เช่น ผลไม้ ถั่ว หรือช็อกโกแลต แต่มีความแตกต่างที่สำคัญคือ เจลาโต้ใช้นมเป็นส่วนประกอบหลัก และใช้ครีมน้อยกว่า จึงมีปริมาณไขมันต่ำกว่าไอศกรีมทั่วไป

นอกจากนี้ กระบวนการปั่นเจลาโตจะเติมอากาศเข้าไปน้อยกว่า ทำให้เนื้อสัมผัสแน่น เนียน และมีรสชาติเข้มข้น แม้จะมีไขมันน้อยกว่า


เจลาโตแคลอรีน้อยกว่าไอศกรีมจริงไหม


โดยทั่วไป คำตอบคือ "ใช่" หากเปรียบเทียบในปริมาณที่เท่ากัน


เจลาโต้ 1/2 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 160 กิโลแคลอรี

ไอศกรีมทั่วไป 1/2 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 200–210 กิโลแคลอรี


ความแตกต่างเกิดจากปริมาณไขมันที่ต่ำกว่า เนื่องจากเจลาโตใช้นมมากกว่าครีม ทำให้พลังงานรวมลดลง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงค่าเฉลี่ย เพราะแคลอรีที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละร้าน


อย่าดูแค่แคลอรี เพราะน้ำตาลก็สำคัญ


แม้เจลาโตจะมีไขมันต่ำกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีน้ำตาลน้อยกว่าเสมอไป

เจลาโตหลายรส โดยเฉพาะรสช็อกโกแลต คาราเมล คุกกี้ พิสตาชิโอ หรือสูตรที่มีซอสและท็อปปิง อาจมีปริมาณน้ำตาลและพลังงานสูงไม่ต่างจากไอศกรีมทั่วไป

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีภาวะอ้วน หรือผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก จึงควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลรวมและขนาดของเสิร์ฟควบคู่กัน



เลือกเจลาโตแบบไหนให้ดีต่อสุขภาพ


หากอยากอร่อยและลดการรับพลังงานเกินความจำเป็น ลองใช้หลักการง่าย ๆ ดังนี้


  • เลือก 1 สกู๊ป แทนการสั่งหลายสกู๊ป
  • เลือกรสผลไม้แท้หรือรสนมธรรมดา ซึ่งมักให้พลังงานต่ำกว่ารสที่มีช็อกโกแลตหรือคาราเมล
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่มวิปครีม ซอสหวาน คุกกี้ หรือบราวนี
  • รับประทานเป็นของหวานหลังอาหาร แทนการกินเป็นของว่างหลายครั้งต่อวัน
  • หากกำลังควบคุมน้ำหนัก ควรคำนึงถึงพลังงานรวมทั้งวัน มากกว่าดูเฉพาะของหวานเพียงอย่างเดียว
  • กินอย่างไรไม่ให้กระทบสุขภาพ


ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำว่า การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องงดของหวานทั้งหมด แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและรักษาสมดุลของพลังงาน

หากรับประทานเจลาโต้ 1 สกู๊ปเป็นครั้งคราว ควบคู่กับการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอ ก็สามารถเพลิดเพลินกับของหวานได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ