วิกฤต! "โรค NCDs" คร่าชีวิตคนไทยปีละ 4 แสนราย ปัญหาสุขภาพอันดับ 1 ที่ห้ามมองข้าม

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิกฤต! "โรค NCDs" คร่าชีวิตคนไทยปีละ 4 แสนราย ปัญหาสุขภาพอันดับ 1 ที่ห้ามมองข้าม

นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่นโยบายระดับชาติ 2567-2569 โดยระบุว่า


“เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันแนวทาง ‘สุขภาพดีวิถีธรรม วิถีไทย’ ให้เป็นนโยบายระดับชาติ โดยบูรณาการทุนทางสังคม หลักธรรม คุณธรรม และวัฒนธรรมไทย มาเป็นพลังในการสร้างสุขภาวะของประชาชน พร้อมเชื่อมโยงสู่การจัดทำร่างแผนบูรณาการสร้างเสริมสุขภาพดีวิถีไทย ฉบับที่ 2 และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอต่อหน่วยงานระดับชาติ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังเตรียมขับเคลื่อนความร่วมมือแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงมหาดไทย การบรรจุแนวทางดังกล่าวไว้ใน Service Plan และระบบการตรวจราชการ เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” นพ.ศักดา กล่าว 


ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 400,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะสามารถป้องกันการเกิดโรค NCDs ได้มากถึง 80% 


สสส. จึงสนับสนุนการพัฒนารูปแบบสร้างเสริมสุขภาพที่เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพกับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ลดปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรค และยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน

สรุปข่าว

โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 400,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะสามารถป้องกันการเกิดโรค NCDs ได้มากถึง 80%

นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดการประชุมสรุปผลการดำเนินงานโครงการยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่นโยบายระดับชาติ 2567-2569 โดยระบุว่า


“เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันแนวทาง ‘สุขภาพดีวิถีธรรม วิถีไทย’ ให้เป็นนโยบายระดับชาติ โดยบูรณาการทุนทางสังคม หลักธรรม คุณธรรม และวัฒนธรรมไทย มาเป็นพลังในการสร้างสุขภาวะของประชาชน พร้อมเชื่อมโยงสู่การจัดทำร่างแผนบูรณาการสร้างเสริมสุขภาพดีวิถีไทย ฉบับที่ 2 และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอต่อหน่วยงานระดับชาติ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังเตรียมขับเคลื่อนความร่วมมือแบบบูรณาการกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกระทรวงมหาดไทย การบรรจุแนวทางดังกล่าวไว้ใน Service Plan และระบบการตรวจราชการ เพื่อให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน” นพ.ศักดา กล่าว 


ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ สสส. กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (NCDs) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประเทศและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยกว่า 400,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท ซึ่งหากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพจะสามารถป้องกันการเกิดโรค NCDs ได้มากถึง 80% 


สสส. จึงสนับสนุนการพัฒนารูปแบบสร้างเสริมสุขภาพที่เชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพกับชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้อย่างต่อเนื่อง ลดปัจจัยเสี่ยงก่อนเกิดโรค และยกระดับกลไกและเครือข่ายสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย วิถีเศรษฐกิจพอเพียง สู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน

นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโครงการดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัด 17 อำเภอ มีกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรค NCDs จำนวน 1,580 คน พัฒนาแกนนำระดับจังหวัดและอำเภอ 55 คน ครอบคลุม 12 เขตสุขภาพ พร้อมจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ 37 แห่ง เพื่อเป็นฐานถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลสู่พื้นที่อื่น ผลการดำเนินงานพบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 84.5% ระดับความดันโลหิตลดลง 92% และมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของการใช้ชุมชนเป็นฐานในการสร้างเสริมสุขภาพ และเป็นต้นแบบสำคัญในการผลักดันสู่การขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ในระดับกระทรวงและระดับชาติอย่างยั่งยืน


นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย ผู้รับผิดชอบโครงการฯ กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการคือนำแนวทาง “3ส 3อ 1น.” มาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ โดย 3ส ได้แก่ สวดมนต์ สมาธิ และสนทนาธรรม เพื่อเสริมสร้างสติและวินัยในการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับ 3อ คือ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ รวมถึง 1น คือ นาฬิกาชีวิต เพื่อปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกาย แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น จนเข้าสู่ภาวะ เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) ส่งผลให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งสามารถลดหรือหยุดการใช้ยาได้ ภายใต้การดูแลของแพทย์ สำหรับการดำเนินงานระยะต่อไป โครงการจะพัฒนาระบบ Digital Health Dashboard เพื่อใช้ติดตามผลลัพธ์ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมสังเคราะห์องค์ความรู้และผลการดำเนินงาน เพื่อผลักดันแนวทาง “สุขภาพดีวิถีใหม่ วิถีธรรม วิถีไทย” และโมเดล “3ส 3อ 1น.” ให้เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันและควบคุมโรค NCDs ของประเทศ

นพ.สุวรรณชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้จะช่วยส่งเสริมระบบบริการสุขภาพของประเทศโดยการลดภาระของหน่วยบริการทางการแพทย์ เนื่องจากประชาชนได้รับการยกระดับจาก “ผู้ป่วย” เป็น “ผู้จัดการสุขภาพตนเอง” โดยมีความร่วมมือของเครือข่าย “บวร.สออ.” ซึ่งประกอบด้วย บ้าน วัด โรงเรียน สถานบริการสุขภาพ อสม. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพในระดับชุมชน  ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบ E-learning เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน 

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง