
หลายคนเชื่อว่า “ผลไม้สด” ย่อมดีกว่า “ผลไม้แช่แข็ง” เสมอ เพราะดูสดใหม่ เป็นธรรมชาติ และน่าจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า แต่ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับบลูเบอร์รีอาจทำให้ความคิดนี้เปลี่ยนไป เพราะพบว่าบลูเบอร์รีแช่แข็ง หรือ Frozen Blueberry ไม่ได้สูญเสียสารอาหารสำคัญ แต่ยังอาจช่วยให้ร่างกายเข้าถึงสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดได้ง่ายขึ้น
สรุปข่าว
หลายคนเชื่อว่า “ผลไม้สด” ย่อมดีกว่า “ผลไม้แช่แข็ง” เสมอ เพราะดูสดใหม่ เป็นธรรมชาติ และน่าจะมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า แต่ผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับบลูเบอร์รีอาจทำให้ความคิดนี้เปลี่ยนไป เพราะพบว่าบลูเบอร์รีแช่แข็ง หรือ Frozen Blueberry ไม่ได้สูญเสียสารอาหารสำคัญ แต่ยังอาจช่วยให้ร่างกายเข้าถึงสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิดได้ง่ายขึ้น
งานวิจัยพบว่า การแช่แข็งบลูเบอร์รีไม่ได้ทำลายสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง สุขภาพหัวใจ และการช่วยลดกระบวนการอักเสบในร่างกาย โดยในบางกรณี บลูเบอร์รีแช่แข็งยังพบว่ามีระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่วัดได้สูงกว่าบลูเบอร์รีสด
สาเหตุเกิดจากกระบวนการแช่แข็งที่ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งภายในผลไม้ ซึ่งอาจทำลายโครงสร้างเซลล์บางส่วน ส่งผลให้สารอาหารที่มีอยู่เดิมถูกปลดปล่อยออกมาได้ง่ายขึ้นเมื่อผลไม้ละลายและถูกนำมารับประทาน อย่างไรก็ตาม การแช่แข็งไม่ได้ทำให้บลูเบอร์รีสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น แต่ช่วยให้สารที่มีอยู่แล้วสามารถถูกสกัดและนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น
จากการศึกษาของ Lohachoompol และคณะ พบว่า บลูเบอร์รีที่ผ่านการแช่แข็งยังคงมีปริมาณแอนโทไซยานินใกล้เคียงกับบลูเบอร์รีสด แม้เก็บไว้ในช่องแช่แข็งนาน 3 เดือน ขณะที่การศึกษาของ Plumb และคณะ พบว่า บลูเบอร์รีแช่แข็งมีระดับสารต้านอนุมูลอิสระที่วัดได้สูงกว่าผลสด แต่มีข้อสังเกตว่า หลังจากแช่แข็งประมาณ 2 เดือน สารต้านอนุมูลอิสระบางส่วนอาจแพร่ไปอยู่บริเวณชั้นน้ำแข็งบนผิวผลไม้ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาผลึกน้ำแข็งหรือ freezer burn
อีกปัจจัยที่หลายคนอาจไม่เคยนึกถึง คือ บลูเบอร์รีสดที่วางขายตามร้านค้าอาจไม่ได้มีสารอาหารมากกว่าเสมอไป เพราะผลไม้สดจำนวนมากมักถูกเก็บเกี่ยวก่อนสุกเต็มที่ เพื่อให้ทนต่อการขนส่งและสามารถวางขายได้นานขึ้น ซึ่งผลไม้ที่ยังไม่สุกสมบูรณ์อาจมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระต่ำกว่าผลไม้ที่เก็บในช่วงสุกเต็มที่
ในขณะที่บลูเบอร์รีแช่แข็งส่วนใหญ่มักถูกเก็บเกี่ยวในช่วงที่ผลไม้สุกเต็มที่ แล้วนำไปแช่แข็งอย่างรวดเร็ว ทำให้สามารถรักษาคุณค่าทางอาหารไว้ได้ใกล้เคียงกับช่วงที่ผลไม้มีคุณภาพดีที่สุด
สารแอนโทไซยานินในบลูเบอร์รีไม่ใช่เพียงสารที่ถูกพูดถึงในกระแสสุขภาพเท่านั้น แต่เป็นสารประกอบจากพืชที่มีการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการช่วยดูแลระบบหัวใจและหลอดเลือด สนับสนุนการทำงานของสมอง และช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกบลูเบอร์รีสดหรือบลูเบอร์รีแช่แข็ง สิ่งสำคัญคือการรับประทานอย่างสม่ำเสมอ เพราะบลูเบอร์รีถือเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับการดูแลสุขภาพในระยะยาว
ที่มาข้อมูล : Science Daily
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
