AI ช่วยผู้ชายมีลูกยาก ค้นหาสเปิร์มที่ซ่อนอยู่ จนสามารถมีลูกได้สำเร็จ

Share on Line Share on Facebook Share on X
AI ช่วยผู้ชายมีลูกยาก ค้นหาสเปิร์มที่ซ่อนอยู่  จนสามารถมีลูกได้สำเร็จ

เทคโนโลยีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังช่วยค้นหาเซลล์อสุจิในผู้ชายที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าไม่มีอสุจิ และมอบโอกาสใหม่ให้กับคู่รักที่พยายามมีบุตรมานานหลายปี


สรุปข่าว

AI พัฒนาไปไกล ล่าสุเ ช่วยชายซึ่งประสบภาวะมีลูกยาก ค้นหาสเปิร์มที่ซ่อนอยู่ ที่ไม่สามารถหาเจอก่อนหน้านี้ จนสามารถมีลูกได้สำเร็จ

เทคโนโลยีใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังช่วยค้นหาเซลล์อสุจิในผู้ชายที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าไม่มีอสุจิ และมอบโอกาสใหม่ให้กับคู่รักที่พยายามมีบุตรมานานหลายปี


ภาวะมีบุตรยากในผู้ชาย

หลังจากผ่านการตรวจหลายครั้ง เพเนโลพี และสามี ซามูเอล พบว่า ฝ่ายชายมีภาวะไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรม (Klinefelter syndrome) ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่เกิดในเพศชายที่มีโครโมโซม X เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว โดยภาวะนี้มักไม่ได้รับการวินิจฉัยจนกว่าจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

ผู้ที่มีภาวะไคลน์เฟลเตอร์ซินโดรมส่วนใหญ่มักสร้างอสุจิได้น้อยมากหรือไม่มีอสุจิในน้ำอสุจิเลย ซึ่งเรียกภาวะนี้ว่า “อะโซสเปิร์เมีย” (azoospermia) โดยประมาณ 10 เปอร์เซนต์ ของผู้ชายที่มีภาวะมีบุตรยากมีภาวะนี้

ภาวะมีบุตรยากส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านคนทั่วโลก โดยประมาณ 1 ใน 6 ของผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์เคยประสบปัญหาในการตั้งครรภ์อย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต

ปัจจัยจากฝ่ายชายมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยากมากถึง 50 เปอร์เซนต์  และผู้ชายประมาณ 1 เปอร์เซนต์ มีภาวะอะโซสเปิร์เมีย

นั่นหมายความว่า อาจมีผู้ชายหลายล้านคนทั่วโลกที่มีจำนวนอสุจิต่ำมาก จนอสุจิแต่ละเซลล์หาได้ยากจนถูกจัดว่าเป็นผู้มีภาวะอะโซสเปิร์เมีย แต่ความสามารถของ AI ในการค้นหาอสุจิที่ซ่อนอยู่ อาจเป็นความหวังใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร

AI ช่วยให้พบอสุจิที่ช่อนอยู่ได้อย่างไร

การตั้งครรภ์ของทั้งคู่เกิดขึ้นได้จากเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า ระบบ Star (Sperm Track and Recovery) ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย  เพื่อช่วยติดตามและค้นหาอสุจิในผู้ชายที่มีภาวะอะโซสเปิร์เมีย ระบบนี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยระบุและค้นหาอสุจิที่ “ซ่อนอยู่” จำนวนเพียงเล็กน้อย ซึ่งผู้ชายที่มีภาวะนี้อาจยังมีอยู่

ปลายปี 2025 ที่ผ่านมา หลังจากใช้เวลาพัฒนานาน 5 ปี เด็กคนแรกที่เกิดจากระบบ Star ได้ถือกำเนิดขึ้น ทำให้คู่รักคู่หนึ่งที่ต่อสู้กับภาวะมีบุตรยากมาเกือบ 20 ปี ได้มีโอกาสมีลูกในที่สุด

นี่เป็นช่วงเวลาที่ศาสตราจารย์เซฟ วิลเลียมส์  ผู้อำนวยการศูนย์รักษาภาวะเจริญพันธุ์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และทีมงานของเขายังคงจดจำได้เป็นอย่างดี

หลังจากการเกิดของทารกคนแรกจากระบบ Star เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้เป็นประจำที่ศูนย์รักษาภาวะเจริญพันธุ์ โดยมีรายชื่อผู้ที่รอใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยคนจากทั่วโลก

จากข้อมูลผู้ป่วย 175 รายล่าสุดที่ใช้เทคโนโลยีนี้ วิลเลียมส์ระบุว่า ทีมสามารถค้นพบอสุจิได้ในเกือบ 30 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้เคยได้รับแจ้งว่าไม่มีโอกาสมีลูกโดยใช้อสุจิของตัวเอง

จากการทดสอบเพิ่มเติม ระบบ Star สามารถค้นหาอสุจิได้มากกว่าการค้นหาด้วยมือโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกฝนถึง 40 เท่า

โดยปกติ น้ำอสุจิจะมีอสุจิจำนวนหลายสิบล้านตัวต่อมิลลิลิตร แพทย์จะนำตัวอย่างน้ำอสุจิเพียงหยดเล็ก ๆ มาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อประเมินจำนวนอสุจิ รวมถึงตรวจดูว่าอสุจิเคลื่อนไหวและมีสุขภาพดีหรือไม่

แต่ในตัวอย่างของผู้ที่มีภาวะอะโซสเปิร์เมีย อาจพบอสุจิเพียง 1 ตัวในตัวอย่างทั้งหมด หรือในบางกรณีอาจไม่พบเลย การค่อย ๆ ตรวจตัวอย่างทีละหยดจึงเป็นวิธีที่ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ

การทำงานของ Star

วิธี Star มีความไวในการตรวจจับสูงถึง 100 เปอร์เซนต์ หมายความว่า หากในตัวอย่างมีอสุจิอยู่ ระบบสามารถค้นหาอสุจิเพียง 1 ตัวนั้นได้

เมื่อระบบระบุอสุจิได้แล้ว หุ่นยนต์จะทำหน้าที่แยกเซลล์อสุจิออกมาภายในเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาทีหลังจากค้นพบ

วิลเลียมส์อธิบายว่า ระบบหุ่นยนต์บนไมโครฟลูอิดิกชิป (microfluid chip) สามารถคัดแยกของเหลวส่วนเล็ก ๆ ที่มีอสุจิอยู่ได้ ทำให้สุดท้ายจะเหลือหลอดหนึ่งที่เต็มไปด้วยน้ำอสุจิแต่ไม่มีอสุจิ และอีกหยดเล็ก ๆ ที่มีอสุจิอยู่

ในกรณีของซามูเอล ยังมีความท้าทายเพิ่มเติมและถือเป็นครั้งแรกของระบบ Star เนื่องจากผู้ที่มีภาวะไคลน์เฟลเตอร์จะไม่มีอสุจิอยู่ในน้ำอสุจิ ดังนั้นการค้นหาอสุจิจึงต้องเข้าไปค้นหาภายในอัณฑะ

ซามูเอลได้รับการบำบัดด้วยฮอร์โมนเป็นเวลา 9 เดือน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดนำอสุจิออกจากอัณฑะ ซึ่งประสบความสำเร็จที่ศูนย์รักษาภาวะเจริญพันธุ์อีกแห่งหนึ่ง

ระบบ Star สามารถแยกอสุจิออกมาได้ 8 ตัวจากตัวอย่างของซามูเอล และอสุจิเหล่านั้นถูกนำไปฉีดเข้าสู่ไข่ของเพเนโลพี

หนึ่งในนั้นพัฒนาเป็นบลาสโตซิสต์ (blastocyst) ซึ่งเป็นระยะที่ตัวอ่อนมีการพัฒนามากขึ้น

ลูกของพวกเขา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเด็กชายคนแรกที่เกิดจากเทคโนโลยี Star มีกำหนดคลอดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมปี 2025 ที่่ผ่านมา

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : Columbia University Fertility Center

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย