
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี "โลหะไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติ" รักษาพลทหารรัชชานนท์ ไกยะฝ่าย ผู้ป่วยที่สูญเสียกระดูกจากเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นเคสที่ไม่เคยมีบันทึกในรายงานทางการแพทย์มาก่อน!
ด้วยการออกแบบที่เฉพาะเจาะจงรายบุคคล ทำให้อุปกรณ์สามารถยึดตรึงกระดูกที่แตกละเอียดให้กลับเข้าที่ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นปกติอีกครั้ง
ขอบคุณทีมแพทย์ออร์โธปิดิกส์ นำโดย พันเอก ศาสตราจารย์ สุริยา ลือนาม รพ.พระมงกุฎเกล้า และทีมวิศวกรเมดิคูลลี่ ที่ไม่หยุดพัฒนา นำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นจริง ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับรั้วของชาติ

สรุปข่าว
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยี "โลหะไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติ" รักษาพลทหารรัชชานนท์ ไกยะฝ่าย ผู้ป่วยที่สูญเสียกระดูกจากเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นเคสที่ไม่เคยมีบันทึกในรายงานทางการแพทย์มาก่อน!
ด้วยการออกแบบที่เฉพาะเจาะจงรายบุคคล ทำให้อุปกรณ์สามารถยึดตรึงกระดูกที่แตกละเอียดให้กลับเข้าที่ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คนไข้กลับมาใช้ชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นปกติอีกครั้ง
ขอบคุณทีมแพทย์ออร์โธปิดิกส์ นำโดย พันเอก ศาสตราจารย์ สุริยา ลือนาม รพ.พระมงกุฎเกล้า และทีมวิศวกรเมดิคูลลี่ ที่ไม่หยุดพัฒนา นำเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาสร้างปาฏิหาริย์ให้เกิดขึ้นจริง ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับรั้วของชาติ

สำหรับ เทคโนโลยี "โลหะไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติ" คือ นวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงที่ผสานพลังของ การสแกนคอมพิวเตอร์แบบ 3 มิติ (CT Scan) เข้ากับ เทคโนโลยีการพิมพ์โลหะทีละชั้น (Additive Manufacturing) เพื่อสร้างชิ้นส่วนกระดูกเทียมหรืออุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกที่มีรูปร่างและขนาด "เฉพาะบุคคล" (Custom-made) โดยใช้วัสดุโลหะไทเทเนียมซึ่งเป็นโลหะทางการแพทย์ที่ร่างกายมนุษย์ไม่ต่อต้าน มีความแข็งแรงทนทานสูง และน้ำหนักเบา
เทคโนโลยีนี้ช่วยผู้ป่วยอย่างไร?
ในกรณีการผ่าตัดรูปแบบเดิม หากผู้ป่วยสูญเสียกระดูกจากอุบัติเหตุหรือแรงระเบิด แพทย์มักต้องใช้กระดูกส่วนอื่นของคนไข้เอง (เช่น กระดูกน่อง) หรือใช้แผ่นโลหะสำเร็จรูปมาตรฐานมาดัดให้เข้าทรง ซึ่งมักไม่พอดีกับสรีระที่แหว่งไป แต่เทคโนโลยี ไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติ เข้ามาทลายข้อจำกัดเหล่านั้น และช่วยผู้ป่วยได้ในมิติต่างๆ ดังนี้
1. แม่นยำระดับมิลลิเมตร
เนื่องจากเป็นการสร้างชิ้นงานจากการสแกนโครงสร้างกระดูกของคนไข้แบบเคสต่อเคส อุปกรณ์ไทเทเนียมที่พิมพ์ออกมาจึงสามารถเข้าล็อกกับส่วนที่ขาดหายไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้ในกรณีที่กระดูกแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากเหตุความไม่สงบ ก็สามารถยึดตรึงให้กลับเข้าที่ได้อย่างแม่นยำ
2. ลดเวลาผ่าตัดและความบอบช้ำ
แพทย์ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในสนามผ่าตัดเพื่อดัดโลหะหรือเหลาชิ้นเนื้อให้เข้าทรง ทำให้ย่นระยะเวลาการผ่าตัดให้สั้นลง คนไข้สูญเสียเลือดน้อยลง และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงอย่างมาก
3. ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและใช้งานได้ยาวนาน
โลหะไทเทเนียมมีคุณสมบัติที่เข้ากับเนื้อเยื่อ และเซลล์ของมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม (Biocompatible) เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกจริงของคนไข้จะสามารถเจริญเติบโตเกาะไปกับโครงสร้างไทเทเนียมนี้ได้ ทำให้มีความมั่นคงสูง แข็งแรง และสามารถอยู่ติดตัวคนไข้ไปได้ตลอดชีวิต (เฉลี่ย 30–40 ปีขึ้นไป)
4. คืนการเคลื่อนไหวและคุณภาพชีวิตใหม่
ช่วยให้ผู้ป่วยที่แทบไม่มีโอกาสกลับมาเดินหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น พลทหารที่ประสบเหตุรุนแรง สามารถกลับมายืน ก้าวเดิน และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรั้วของชาติหรือหัวหน้าครอบครัวได้อีกครั้ง
- ศิริราชก้าวล้ำ! ใช้ "Impedance Planimetry" ตรวจระบบทางเดินอาหาร แห่งแรกในไทย เพิ่มความแม่นยำเพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด
- เยอรมนีโต้สหรัฐฯ ปมถอนทหาร เป็นเรื่อง "คาดการณ์ได้"
- เปิดแผน "หนุนนวัตกรรมการแพทย์ไทย" สปสช.ตั้งงบ 1.5 หมื่นล้านบาท ดันไทยสู่ศูนย์กลางการแพทย์มูลค่าสูง
- "ผ่าตัดมดลูกด้วยหุ่นยนต์" สำเร็จรายแรก! ใน รพ. รักษาระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกขั้นรุนแรง ผลงานทีมแพทย์ รพ.นพรัตนราชธานี
ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ,TNN Health
ที่มารูปภาพ : โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
