WHO ชี้วัคซีนอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูกโยอาจต้องรอ 6–9 เดือน

Share on Line Share on Facebook Share on X
WHO ชี้วัคซีนอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูกโยอาจต้องรอ 6–9 เดือน

ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 139 ราย และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการแพร่ระบาดอาจเริ่มขึ้นตั้งแต่หลายเดือนก่อน และอาจเร่งการกระจายโรคจากเหตุการณ์การแพร่เชื้อวงกว้าง เช่น งานศพในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

สรุปข่าว

องค์การอนามัยโลก หรือ ดับ WHO เปิดเผยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ว่า วัคซีนที่มีแนวโน้มดีที่สุดสำหรับรับมือการระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูกโย ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในพื้นที่แอฟริกากลาง อาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6–9 เดือน กว่าจะพร้อมใช้งาน ขณะที่จำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 600 ราย

ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เกี่ยวกับสถานการณ์ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และยูกันดา ว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 139 ราย และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการแพร่ระบาดอาจเริ่มขึ้นตั้งแต่หลายเดือนก่อน และอาจเร่งการกระจายโรคจากเหตุการณ์การแพร่เชื้อวงกว้าง เช่น งานศพในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

องค์การอนามัยโลกระบุว่า การควบคุมโรคในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบด้านความมั่นคง โดยเฉพาะในจังหวัดอีตูรีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งมีประชาชนกว่า 100,000 คนต้องอพยพจากความขัดแย้ง ส่งผลให้การตรวจสอบและติดตามโรคเป็นไปอย่างยากลำบาก

นอกจากนี้ โรคประจำถิ่นอย่างมาลาเรียและไข้ไทฟอยด์ยังมีอาการเริ่มต้นคล้ายโรคอีโบลา เช่น ไข้และอ่อนเพลีย ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า

ด้าน ดร.วาซี มูร์ธี หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า วัคซีนที่มีศักยภาพสูงสุดในขณะนี้ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานเดียวกับวัคซีนอีโบลาสายพันธุ์แซร์ แต่ยังไม่มีวัคซีนพร้อมสำหรับการทดลองทางคลินิก และคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 6–9 เดือน

ขณะเดียวกัน ยังมีวัคซีนทางเลือกอีกชนิดที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีเดียวกับวัคซีนโควิด-19 ของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งอาจพร้อมเข้าสู่การทดลองภายใน 2–3 เดือน แต่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากผลการทดสอบในสัตว์ยังไม่เพียงพอ



องค์การอนามัยโลกประเมินความเสี่ยงของการระบาดครั้งนี้ว่าอยู่ในระดับสูง ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค แต่ยังอยู่ในระดับต่ำสำหรับการแพร่ระบาดทั่วโลก

ขณะที่ อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ประเมินว่า จำนวนผู้ติดเชื้อจริงในพื้นที่อาจทะลุ 1,000 รายแล้ว เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกย้ำว่า ภารกิจสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการติดตามทุกสายการแพร่เชื้อ เพื่อประเมินขนาดการระบาดที่แท้จริงและให้การรักษาอย่างรวดเร็ว.

ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ