
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และประเทศยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ การตรวจวินิจฉัย และระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อรองรับการตรวจวิเคราะห์เชื้ออันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทบทวนความพร้อมของห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL-3) ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) รวมถึงระบบขนส่งตัวอย่างเสี่ยงสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว
สรุปข่าว
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และประเทศยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ การตรวจวินิจฉัย และระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ เพื่อรองรับการตรวจวิเคราะห์เชื้ออันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทบทวนความพร้อมของห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL-3) ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) รวมถึงระบบขนส่งตัวอย่างเสี่ยงสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มแข็งด้านการเฝ้าระวังทางจีโนมและอณูชีววิทยา พร้อมเตรียมชุดตรวจวินิจฉัย และประสานเครือข่ายส่งต่อสิ่งส่งตรวจทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตรวจยืนยันโรคได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ รวมถึงเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านห้องปฏิบัติการ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข มีการเตรียมความพร้อมรับมือโรคติดต่อร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านแนวทางปฏิบัติงานและการเตรียมวิธีตรวจยืนยันเชื้อในผู้ป่วยสงสัย โดยใช้วิธีตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคนิคมาตรฐานสากล Real-time RT-PCR ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง สามารถทราบผลได้ภายใน 8 ชั่วโมงหลังห้องปฏิบัติการได้รับตัวอย่าง
การตรวจวิเคราะห์ดำเนินการภายในห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 (BSL-3) ซึ่งมีระบบป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่สิ่งแวดล้อมภายนอก และบุคลากรทุกคนผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเข้มข้น จึงมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยทั้งต่อเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังมีการทบทวนและซักซ้อมแผนเตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการสำหรับโรคติดต่ออันตรายอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ การขนส่งสิ่งส่งตรวจเสี่ยงสูง และการประสานเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การเก็บและนำส่งตัวอย่างจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์ 0 2951 1485 หรือ 0 2951 0000 ต่อ 98340
- สธ. ประกาศเขตโรคติดต่ออันตราย “อีโบลา” มีผลวันนี้
- ยกระดับเฝ้าระวังเชื้อ “อีโบลา” คุมเข้มสายการบินคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทาง
- ไขข้อสงสัย “อีโบลา” จะระบาดถึงไทยไหม - ทำไมเชื้อรุนแรงแต่ไม่กระจายเหมือนโควิด?
- อีโบลาระบาด! คองโก พบเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 131 ราย
- จับตา อีโบลา คร่าแล้ว 130 ราย ไทยคุมเข้มสั่งกักตัว 21 วัน
นักข่าวที่มีประสบการณ์ในวงการข่าวสุขภาพและข่าวบันเทิงมากกว่า 20 ปี ผู้หลงใหลในงานสายข่าว ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกเบื่อ พร้อมนำเสนอข้อมูลสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ได้จริง การันตีด้วยปริญญาโทจากคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมผลงานที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณสื่อ
