คนคิดบวกโอกาสสมองเสื่อมลดลง เมื่อเทียบกับคนที่ชอบคิดลบ

Share on Line Share on Facebook Share on X
คนคิดบวกโอกาสสมองเสื่อมลดลง เมื่อเทียบกับคนที่ชอบคิดลบ

มองโลกในแง่ดี อาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของสมองสุขภาพดี โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ เพราะงานวิจัยใหม่จาก Harvard T.H. Chan School of Public Health พบว่า คนที่มีทัศนคติเชิงบวกและมองอนาคตอย่างมีความหวัง มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ลบ

สรุปข่าว

งานวิจัยจากฮาร์วาร์ดล่าสุดชี้ให้เห็นข้อดีของการมองโลกในแง่ดี โดยพบว่า คนคิดบวกโอกาสสมองเสื่อมลดลง 15 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว

มองโลกในแง่ดี อาจเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของสมองสุขภาพดี โดยเฉพาะในวัยสูงอายุ เพราะงานวิจัยใหม่จาก Harvard T.H. Chan School of Public Health พบว่า คนที่มีทัศนคติเชิงบวกและมองอนาคตอย่างมีความหวัง มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยกว่าคนที่มองโลกในแง่ลบ

งานวิจัยดังกล่าวเผยแพร่ในวารสาร Journal of the American Geriatrics Society โดยทีมนักวิจัยได้ติดตามข้อมูลของผู้สูงอายุชาวอเมริกันมากกว่า 9,000 คน ระหว่างปี 2006 ถึง 2020 ซึ่งผู้เข้าร่วมทั้งหมดเริ่มต้นจากการเป็นผู้ที่มีสุขภาพสมองปกติ ไม่มีภาวะสมองเสื่อมในช่วงแรกของการศึกษา

นักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมทำแบบประเมินระดับ “ความมองโลกในแง่ดี” ทุก ๆ 4 ปี ก่อนนำผลมาเปรียบเทียบกับสุขภาพสมองในระยะยาว ผลที่ได้พบว่า คนที่มีระดับความมองโลกในแง่ดีสูงกว่า มีโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมน้อยลงอย่างชัดเจน

โดยทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของระดับความมองโลกในแง่ดี 1 ระดับมาตรฐาน จะสัมพันธ์กับความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมที่ลดลงประมาณ 15 เปอร์เซนต์ตลอดช่วงเวลาที่ติดตามผลการศึกษา

นักวิจัยอธิบายว่า ความแตกต่างระดับนี้ เปรียบได้กับความต่างระหว่างคนที่มีมุมมองต่อชีวิต “ปานกลางทั่วไป” กับคนที่มีความคิดเชิงบวกมากกว่าค่าเฉลี่ยอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผลการศึกษานี้ช่วยลดข้อสงสัยเดิมที่ว่า อาจไม่ใช่ ความคิดบวกที่ช่วยปกป้องสมอง แต่เป็นเพราะคนที่สมองยังแข็งแรงอยู่แล้วจึงมองโลกในแง่ดีได้มากกว่า เพราะในการศึกษาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมทุกคนเริ่มต้นจากการมีสุขภาพสมองที่ดีตั้งแต่แรก ทำให้นักวิจัยมองว่าความคิดเชิงบวกน่าจะมีบทบาทต่อความเสี่ยงของโรคจริง

ขณะเดียวกัน คนที่มองโลกในแง่ดี มักมีพฤติกรรมที่ช่วยดูแลสมองไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การจัดการความเครียดได้ดี การใช้ชีวิตอย่างกระตือรือร้น การเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพสมองในระยะยาว

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ความมองโลกในแง่ดีไม่ได้เป็นแค่ลักษณะนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ฝึกฝนได้ในชีวิตประจำวัน แม้จะเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ อย่างการจดบันทึกสิ่งที่รู้สึกขอบคุณในแต่ละวัน

นักวิจัยแนะนำว่า การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน เขียนสิ่งดี ๆ ที่รู้สึกขอบคุณสัก 3 เรื่อง อาจช่วยสร้างมุมมองเชิงบวก และทำให้รู้สึกถึงอนาคตที่สดใสมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพใจและสุขภาพสมองในระยะยาวด้วยเช่นกัน

ที่มาข้อมูล : Harvard T.H. Chan School of Public Health

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย