จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” และกินยาอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?

Share on Line Share on Facebook Share on X
จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” และกินยาอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?

จากรายงานข่าวที่ระบุว่าไทยพบเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะนำให้คนไทยไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง และควรทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทางทีมงาน TNN Health ได้สอบถามไปทาง พญ.ฉัตรดาว จางวางกร หรือ "หมอดาว" แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสังเกตตัวเองว่ามีภาวะเชื้อดื้อยาหรือไม่ ซึ่งหมอดาวระบุว่า

สรุปข่าว

หมอดาวตอบคำถาม จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” พร้อมแนะนำวิธีกินยาที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ดื้อยา

จากรายงานข่าวที่ระบุว่าไทยพบเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แนะนำให้คนไทยไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง และควรทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ทางทีมงาน TNN Health ได้สอบถามไปทาง พญ.ฉัตรดาว จางวางกร หรือ "หมอดาว" แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสังเกตตัวเองว่ามีภาวะเชื้อดื้อยาหรือไม่ ซึ่งหมอดาวระบุว่า

จะรู้ได้อย่างไรว่า “ดื้อยาปฏิชีวนะ” และกินยาอย่างไรไม่ให้ดื้อยา?

ภาวะดื้อยาปฏิชีวนะ คือ ภาวะที่เชื้อแบคทีเรียไม่ตอบสนองต่อยาที่เคยใช้รักษาได้ ทำให้รักษายากขึ้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง และบางครั้งอาจถึงขึ้นเสียชีวิตได้ 

สัญญาณที่ควรสงสัย เช่น

  • กินยาครบแล้วก็จริง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น 
  • ไข้ไม่ลดหรือกลับมาเป็นซ้ำเร็ว 
  • ต้องเปลี่ยนยาต่างชนิดหลายรอบ 
  • ติดเชื้อบ่อยผิดปกติ 

ซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้ดื้อยา ได้แก่

  • ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง 
  • หยุดยาเองเมื่ออาการดีขึ้น โดยที่ไม่กินให้ครบกำหนดระยะเวลาที่แพทย์ เภสัชกร แนะนำให้กิน
  • ใช้ยาปฏิชีวนะซึ่งแท้จริงแล้วมีวัตถุประสงค์ไว้รักษาเชื้อแบคทีเรีย มารักษาโรคที่มาจากไวรัส เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ มีน้ำมูก 
  • แบ่งยาให้คนอื่นกิน 

วิธีป้องกันง่าย ๆ คือ

1. ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และให้การรักษา โดยใช้ยาจากตามแพทย์สั่งเท่านั้น 

2. กินยาให้ครบตามกำหนด 

3. ไม่ขอ “ยาแรง” โดยไม่จำเป็น 

4. ล้างมือและ หมั่นดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลให้ดี เพื่อลดการติดเชื้อ 

เพราะสุดท้ายแล้ว “ยาปฏิชีวนะ” เป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าทางการแพทย์ ที่หากใช้ผิด วันนี้อาจรักษาได้ แต่วันหน้าอาจไม่มียาไหนเอาอยู่ ก็ได้นะคะ

ที่มาข้อมูล : พญ.ฉัตรดาว จางวางกร

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย