
เฝ้าระวังเชื้อดื้อยา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล 141 แห่ง จาก 77 จังหวัด ดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพทางห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
มีอัตราดื้อยาสูงกว่าร้อยละ 70
ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2558 – 2568 พบว่า เชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex มีอัตราการดื้อยากลุ่ม carbapenem ซึ่งเป็น “ยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย” มีอัตราดื้อยาสูงกว่าร้อยละ 70 และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาชนิดนี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะไม่มียาในการรักษา
สรุปข่าว
เฝ้าระวังเชื้อดื้อยา
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาล 141 แห่ง จาก 77 จังหวัด ดำเนินการเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพทางห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
มีอัตราดื้อยาสูงกว่าร้อยละ 70
ทั้งนี้ ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2558 – 2568 พบว่า เชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex มีอัตราการดื้อยากลุ่ม carbapenem ซึ่งเป็น “ยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย” มีอัตราดื้อยาสูงกว่าร้อยละ 70 และยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยาชนิดนี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะไม่มียาในการรักษา
ขณะที่ เชื้อ Klebsiella pneumoniae (เคลบซิลลา นิวโมเนียอี) พบแนวโน้มการดื้อยากลุ่ม carbapenem เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีอัตราการดื้อยากลุ่ม third generation cephalosporin (กลุ่มเซฟาโลสปอรินรุ่นที่สาม) ซึ่งเป็นกลุ่มยาปฏิชีวนะที่สามารถรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายชนิด ร้อยละ 35–45 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยโรคติดเชื้อรุนแรงในอนาคต
ส่วนเชื้อ E. coli (อีโคไลน์) แม้อัตราการดื้อยากลุ่ม carbapenem จะยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อชนิดอื่น แต่พบอัตราการดื้อยากลุ่ม third generation cephalosporin โดยเฉพาะยา ceftriaxone (เซฟไตรแอ็กโซน) และ Cefotaxime (เซโฟแทกซิม) ในระดับค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาเชื้อดื้อยาไม่ได้จัดกัดอยู่เฉพาะในระบบโรงพยาบาลหรือระบบบริการสุขภาพเท่านั้น แต่เริ่มแพร่กระจายสู่ชุมชนแล้ว
ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
“สำหรับประชาชนหรือผู้ป่วย เพื่อหยุดยั้งเชื้อดื้อยา ควรกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว รวมทั้งห้ามซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง ห้ามหยุดยาเอง และห้ามแบ่งยาให้ผู้อื่นเด็ดขาด รัฐบาลขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ทั้งด้านการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ การเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ รวมถึงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด One Health ที่เชื่อมโยงสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสื่อสารเพิ่มความตระหนักรู้ ให้เกิดการชะลอการเพิ่มขึ้นของเชื้อดื้อยาในอนาคต
รวมถึงมอบหมายกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ ในการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบายและการตอบสนองด้านสาธารณสุขของประเทศไทย
- ไทยพบเชื้อดื้อยาเพิ่มมากขึ้น กรมวิทย์ฯย้ำ ใช้ยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- หมดเจด เตือน “5 คู่ยา” ที่ไม่ควรกินพร้อมกัน อันตรายกว่าที่คิด
- ทรัมป์เปิดตัว TrumpRx.gov หั่นราคายาครั้งประวัติศาสตร์
- ระวัง!อันตราย จากการเก็บยาทุกชนิดไว้ใน"ตู้เย็น"
- บริษัทยา Eli Lilly จับมือ NVIDIA พัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้ AI เพื่อการวิจัยยาชนิดใหม่บนโลก
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
