
อากาศร้อนอาจไม่ได้ทำให้แค่รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อ “น้ำหนักตัว” และสมดุลน้ำในร่างกายโดยตรง หลายคนอาจสังเกตว่าน้ำหนักขึ้นช่วงหน้าร้อน ทั้งที่พฤติกรรมการกินไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจมาจากการที่ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น เพื่อปรับตัวให้รับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ดีขึ้น
สรุปข่าว
อากาศร้อนอาจไม่ได้ทำให้แค่รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลียง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อ “น้ำหนักตัว” และสมดุลน้ำในร่างกายโดยตรง หลายคนอาจสังเกตว่าน้ำหนักขึ้นช่วงหน้าร้อน ทั้งที่พฤติกรรมการกินไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ซึ่งสาเหตุสำคัญอาจมาจากการที่ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น เพื่อปรับตัวให้รับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ดีขึ้น
งานวิจัยจากสถาบันวิจัยเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม กองทัพบกสหรัฐฯ ชี้ว่าโดยปกติแล้ว น้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกาย คิดเป็นประมาณ 60 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักตัว หรือเฉลี่ยราว 42 ลิตรในคนทั่วไป ในแต่ละวัน ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเติมกลับเข้าไปใหม่ประมาณ 2-3 ลิตร ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การปัสสาวะ การหายใจ และที่สำคัญที่สุดคือ “การขับเหงื่อ” ซึ่งเป็นกลไกหลักในการระบายความร้อนของร่างกาย
แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น หรือมีการออกกำลังกายหนัก ร่างกายร้อนขึ้นและจะยิ่งขับเหงื่อมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น แม้เหงื่อจะออกมาก แต่กลับระเหยได้ยาก ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ไม่เต็มที่ และยิ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำมากขึ้น
เมื่อร่างกายต้องเผชิญอากาศร้อนต่อเนื่อง จะเกิดกระบวนการที่เรียกว่า “การปรับตัวต่อความร้อน” หรือ Heat Acclimatization โดยภายในไม่กี่วัน ร่างกายจะเริ่มขับเหงื่อได้เร็วขึ้นและมากขึ้น เพื่อช่วยระบายความร้อนและลดอุณหภูมิของร่างกาย ผลที่ตามมาคือ ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้น และเริ่มกักเก็บน้ำไว้มากกว่าเดิม เพื่อรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ผลของการกักน้ำมากขึ้นนี้ ทำให้น้ำหนักตัวของเราเพิ่มมากขึ้นด้วย
กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนอย่าง “อัลโดสเตอโรน” ที่ช่วยให้ไตเก็บน้ำไว้ได้มากขึ้น รวมถึงลดการสูญเสียเกลือผ่านเหงื่อ ส่งผลให้น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้นได้หลายกิโลกรัมในช่วงอากาศร้อน
โดยเฉพาะในผู้ที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นประจำ ขณะที่คนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องปรับอากาศ อาจไม่เกิดการปรับตัวลักษณะนี้มากนัก
ดังนั้น หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงหน้าร้อน ก็ไม่ต้องตกใจอีกต่อไป อาจไม่ได้หมายความว่าไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเสมอไป แต่อาจเป็นผลจากการที่ร่างกายกำลังกักเก็บน้ำเพื่อปรับตัวกับสภาพอากาศ การดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนเหมาะสม และสังเกตสัญญาณของภาวะขาดน้ำ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพช่วงอากาศร้อนจัด
- คลื่นความร้อนถึงตาย ยอดคนป่วยออสเตรเลียพุ่ง อาจแตะ 6,000 คนต่อปี
- รู้หรือไม่? คนไทยกว่า 68% เข้าขั้น "ทนแทบไม่ไหว" กับอากาศปี 2569
- “อินเดีย” ร้อนจัด อุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาฯ เตือนเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนาน ๆ
- สเปน-บราซิลร้อนทะลุปรอท อุณหภูมิเดือนเม.ย.ร้อนผิดปกติ สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 องศาฯ!
- กรุงเทพฯ ร้อนจัด ร้านซ่อมพัดลมคึกคัก คนแห่นำเครื่องเก่ามาซ่อมแทนซื้อใหม่
ที่มาข้อมูล : scientificamerican.com
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
