เปิดอาการ "ลองโควิด" ทำให้เป็นโรคลืมใบหน้า จริงหรือไม่?

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิดอาการ "ลองโควิด" ทำให้เป็นโรคลืมใบหน้า จริงหรือไม่?

สรุปข่าว

งานวิจัยชิ้นนี้ได้ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถาม 54 คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนและยังเผชิญกับภาวะลองโควิดหลังจากนั้น พวกเขายอมรับว่าผลกระทบจากเชื้อโควิด ทำให้ความสามารถในการจดจำภาพและเส้นทางต่างๆ ลดลง


นักวิจัยชี้ว่า เชื้อไวรัสโควิดสามารถก่อให้เกิดความบกพร่องทางจิตประสาทที่รุนแรง เนื่องจากเชื้อจะเข้าไปทำให้เนื้อสมองหดเล็กลงและหายไปบางส่วน หากเกิดขึ้นกับสมองบริเวณที่ใกล้เคียงกลับขมับ จะส่งผลต่อความสามารถในการมองเห็น จึงมีผู้ป่วยลองโควิดจำนวนมาก ที่เริ่มสังเกตว่าการมองเห็นแย่ลง หลังหายจากการติดเชื้อ


อันตรายของลองโควิดที่กระทบกับการมองเห็น มีส่วนทำให้ความสามารถในการจดจำใบหน้าลดลง โดยส่วนมากแล้วคนที่เป็นโรคนี้มักเป็นอาการป่วยที่เป็นมาแต่กำเนิด บางส่วนเกิดจากความเสียหายของสองจากโรคหลอดเลือดสมองและอุบัติเหตุ


ข้อมูลชัดเจนที่ชี้ว่าลองโควิดเป็นสาเหตุของภาวะบอดใบหน้า มาจากประวัติการรักษาของอาสาสมัครหญิงอายุ 28 ปี ชื่อว่าแอนนี่ ซึ่งเล่าว่า เธอติดเชื้อโควิด-19 ในเดือนมีนาคม ปี 2020 หลังปลอดเชื้อ เธอกลับมาฟื้นตัวและทำงานที่บ้านในช่วงกลางเดือนเมษายนปีเดียวกัน ช่วงเวลาดังกล่าวเธอไม่ได้พบเจอกับใคร จนกระทั่งเดือนมิถุนายน เธอได้พบกับครอบครัวครั้งแรกหลังหายจากเชื้อ ในตอนนั้น เธอเริ่มจำใบหน้าของพ่อไม่ได้ และไม่สามารถแยกใบหน้าของพ่อและลุง


เธอ ให้ข้อมูลกับทีมวิจัยว่า เธอจดจำเสียงของพ่อได้ชัดเจน แต่เธอกลับได้ยินมันจากใบหน้าของคนแปลกหน้าที่เธอจำไม่ได้ว่าเคยเจอมาก่อน


นอกจากนี้ แอนนี่ยังประสบกับความยากลำบากในการจดจำเส้นทางยังร้านขายของชำและแม้แต่จุดจอดรถในลานจอด เธอก็จำไม่ได้ ในส่วนอาการอื่นจากลองโควิด-19 รวมทั้ง อ่อนเพลียง่าย วอกแวกไม่มีสมาธิ และปวดหัวไมเกรนบ่อย


ที่มา: https://www.webmd.com/covid/news/20230314/study-says-long-covid-may-cause-face-blindness?

ภาพปก: Pixabay



ติดตาม TNN Health ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่  

Website : https://www.tnnthailand.com/news/health/

Facebook : https://bit.ly/TNNHealthFacebook

Youtube : https://bit.ly/TNNHealthYoutube

TikTok : https://bit.ly/TNNHealthTikTok

Line @TNNHEALTH : https://lin.ee/MNckVHq

หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/TNNHealthFacebook

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

avatar

TNNThailand

แท็กบทความ